เรื่องของฝี : เมื่อร่างกายสร้างผนังห่อหุ้มเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจาย

ฝีคือ ก้อนสีแดงกดเจ็บที่มีใจกลางเป็นเชื้อโรคกับเซลล์ที่ตายแล้ว

ฝีเกิดขึ้นได้ทุกที่ในร่างกายครับ  ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่ชั้นใต้ผิวหนัง  รอบก้น และเหงือก  ตามรูขุมขนต่างๆ

แสดงลักษณะของฝี ซึ่งผิวหนังบริเวณนั้นจะแดง บวม และนูนมากขึ้น ถ้าสัมผัสจะรู้สึกร้อน และกดเจ็บ

 

ภาพนี้เป็นภาพวาดแสดงว่าฝีมีผนังหุ้มรอบแล้วมีหนอง (เชื้อโรคและเซลล์ที่ตายแล้ว)อยู่ตรงกลาง

ภาพฝีที่ตับ เป็นฝีที่เกิดจากเชื้อบิดมีตัวครับ ที่ส่องจากกล้องจุลทัศน์ครับ

A คือภาพตัดขวางของฝี จะเห็นได้ว่าร่างกายได้สร้างผนังห่อหุ้มตรงกลางเชื้อโรคครับ   ส่วน B จะเห็นเซลล์เม็ดเลือดขาวและเซลล์ตายแล้ว และเชื้อบิดมีตัวอยู่เต็มไปหมด

 ฝีไม่ว่าจะเกิดที่ใดก็ตามก็เป็นกลไกของร่างกายครับ ในการควบคุมให้เชื้อโรคอยู่ในขอบเขต ไม่ให้แพร่กระจาย จึงมีการสร้างผนังหุ้มรอบเชื้อโรคไว้

ปัญหาของฝีคือ ยาฆ่าเชื้อมักจะเข้าไปฆ่าเชื้อข้างในฝีไม่ได้  วิธีการเดียวก็คือทำให้เชื้อโรคและเซลล์ข้างในที่ตายแล้วออกมา(หรือที่เรียกว่าหนองนั่นแหละครับ)  ซึ่งแพทย์จะมีวิธีการผ่าฝีเพื่อเอาเชื้อโรคข้างในออกมาครับ

ฝีสามารถเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ครับ สมอง ตับ ม้าม ปอด ใต้ผิวหนัง ไต เกิดได้หมดครับ

สาเหตุของฝี
ฝีส่วนใหญ่เกิดการติดเชื้อครับ เช่นติดเชื้อที่รูขุมขน  หรือมีเชื้อโรคเข้าสู่ผิวหนังครับ และเมื่อเชื้อโรคเข้าไปอยู่  ก็จะทำให้เกิดการอักเสบและมีเม็ดเลือดขาวเข้ามาในการพยายามที่จะกำจัดเชื้อโรคเหล่านี้

ในใจกลางของฝีจะมีของเหลวครับซึ่งเกิดจากเซลล์ที่ตายแล้ว แบคทีเรีย ซึ่งจะค่อยๆสะสมมากขึ้นและทำให้เกดิการอักเสบแก่เนื้อเยื่อรอบๆทำให้เกิดความเจ็บปวดเวลาที่กด

คนที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายที่อ่อนแอมักจะเกิดฝีได้ง่ายกว่าปกติ  และมีความเสี่ยงที่ฝีจะรุนแรงและมีขนาดใหญ่นั่นเป็นเพราะว่าภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ครับ

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันในร่างกายที่อ่อนแอและเกิดฝีได้ง่ายได้แก่

  • ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ
  • ผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน
  • ผู้ที่เป็นมะเร็ง
  • ผู้ที่เป็นเอดส์
  • ผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลิวคีเมีย)
  • ได้รับบาดแผลไฟไม้ น้ำร้อนลวก
  • ได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง

อาการของฝี
โดยทั่วไปแล้ว ฝีจะเป็นก้อน ปวด ที่มีสีออกแดงๆ เมื่อจับดูจะรู้สึกร้อน และกดเจ็บ

เมื่อฝีมีขนาดโตขึ้น จนถึงจุดๆหนึ่ง คุณจะคลำได้หัวฝีแล้วไม่นานก็จะแตกออกเอง

โดยส่วนใหญ่ถ้าไม่รักษา อาการจะแย่ลงครับ แล้วเชื้อโรคก็จะสามารถแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดได้เกิดเป็นติดเชื้อในกระแสเลือด

ถ้าเชื้อแพร่เข้าสุ่กระแสเลือดแล้ว คุณจะรู้สึกมีไข้ ป่วย ไม่สบายครับ

เมื่อไหร่ที่คุณควรไปพบแพทย์

  • เมื่อฝีมีขนาดใหญ่มากกว่า 1 เซนติเมตร
  • เมื่อฝีมีขนาดใหญ่มากขึ้นและปวดมากขึ้น
  • เมื่อคุณมีโรคประจำตัวเช่น AIDS มะเร็ง เบาหวาน หรือใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
  • เมื่อคุณใช้ยาประเภทสเตอรอยด์
  • เมื่อฝีมีตำแหน่งอยู่ใกล้ทวารหนัก หรืออยู่ที่บริเวณขาหนีบ
  • เมื่อคุณมีไข้มากกว่า 37.8 องศาเซลเซียส

และให้ไปพบแพทย์ ทันทีที่…

  • เมื่อมีไข้มากกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือใช้ยาสเตอรอยด์มาเป็นระยะเวลานาน  หรือได้รับยาเคมีบำบัด หรือได้รับการฟอกเลือด
  • เมื่อคุณเกิดฝีและคลำได้ก้อนที่ใดก็ตามที่อยู่ระหว่างฝีกับหน้าอกครับ เช่น คุณมีฝีที่เท้าแล้วคลำได้ก้อนกดเจ็บที่ขาหนีบ  หรือมีฝีที่แขนแต่คลำก้อนได้ที่รักแร้ เป็นต้น
  • ฝีที่ใบหน้าที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร

การตรวจและการวินิจฉัย
แพทย์จะทำการซักประวัติเกี่ยวกับ…

  • ฝีเกิดมานานแล้วเท่าไหร่
  • เคยได้รับบาดเจ็บหรือเคยมีแผลบริเวณนั้นหรือไม่
  • ได้รับประทานยาอะไรอยู่บ้าง
  • อยู่บ้านมีไข้หรือไม่

แพทย์จะทำการตรวจฝีและเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆฝีครับ  ถ้าฝีอยู่ใกล้กับทวารหนัก แพทย์อาจต้องตรวจโดยใช้นิ้วทางทวารหนัก นอกจากนี้แพทย์จะตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณรอบนอกด้วยครับ

การรักษาฝีที่บ้าน

  • ถ้าฝีมีขนาดน้อยกว่า 1 เซนติเมตร  แนะนำให้ประคบร้อน(ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ)ประมาณ30 นาทีวันละ 4ครั้ง ก็พอช่วยได้ครับ
  • อย่าพยายามเจาะหนองออกเองนะครับ  เพราะว่าอาจเพราะว่าถ้าคุณเจาะเอง อาจเกิดการติดเชื้อเข้าไปข้างในและการเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

การรักษาทางการแพทย์

  • โดยทั่วไปแพทย์จะใช้วิธีผ่าเอาฝีออกครับ แล้วคุณจะได้รับการฉีดยาชา  แต่ว่ายาชาไม่ได้ทำให้ไม่รู้สึกทั้งหมดนะครับ แต่คุณจะเจ็บน้อยลง
  • ถ้าฝีใหญ่อาจต้องดมยาสลบผ่า
  • แพทย์จะทายาฆ่าเชื้อบริเวณที่จะผ่าครับ แล้วคลุมด้วยผ้าปราศจากเชื้อรอบบริเวณที่จะผ่าฝี
  • ต่อจากนั้นก็จะลงมีดกรีดลงไปที่ฝีแล้วล้างจนหนองออกไปหมด
  • หลังจากนั้นแพทย์อาจจะใส่ผ้าก๊อซเพื่อห้ามเลือดแล้วเปิดแผลทิ้งไว้สัก1-2วันเพื่อระบายหนองออกหรือใส่ท่อระบายครับ
  • แพทย์อาจให้ยาแก้ปวดครับ 

โดยทั่วไปแล้วภายหลังจากที่เจาะฝีแล้วระบายหนองออกแล้ว อาการมักจะดีขึ้นแทบทันทีเลยครับ

การป้องกัน

  • รักษาความสะอาดครับ ด้วยน้ำและสบู่อย่างสม่ำเสมอ
  • ให้ไปพบแพทย์ทันทีที่เป็นแผลที่เกิดจากการทิ่มแทงเข้าสู่ผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณคิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในบาดแผล หรือถ้าคุณมีความเสี่ยงข้างต้นครับ

โดยปกติภายหลังการเจาะฝีแล้ว  ฝีมักจะหายเป็นปกติ 
ส่วนใหญ่แล้วยาปฎิชีวนะมักไม่จำเป็นครับ  และอาการปวดจะค่อยๆดีขึ้นวันต่อวัน  คุณควรทำแผลทุกๆวันนะครับอาจทำที่คลินิก สถานีอนามัย หรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน เป็นระยะเวลา 7-10 วันครับ
 

This entry was posted in การติดเชื้อ, ฝี. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>