ซีด ภาวะซีดเกิดขึ้นได้อย่างไร

ซีด เป็นภาวะที่เลือดไม่มีเม็ดเลือดแดงอย่างเพียงพอครับ   เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าๆ  ถ้าเม็ดเลือดแดงมีฮีโมโกลบินน้อย หรือ จำนวนเม็ดเลือดแดงมีน้อยเกินไป ก็จะส่งผลให้ขนส่งออกซิเจนไม่มีประสิทธิภาพครับ

อาการของภาวะซีดคือ อ่อนเพลียครับ นั่นเป็นเพราะว่าอวัยวะต่างๆได้รับออกซิเจนไม่ได้อย่างเพียงพอครับ   ภาวะซีดเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในบ้านเรา  กลุ่มที่เสี่ยงต่อภาวะซีดมีดังนี้ครับ

1. ภาวะซีดจากโรคพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย  ในประเทศไทยถือเป็นแหล่งที่ระบาด พบได้ทั่วไปครับ  นั่นเป็นเพราะว่าประเทศในแถบบ้านเรานั้นมีโรคมาเลเรียอยู่ ผู้ที่เป็นโรคธาลัสซีเมีย จะไม่เป็นโรคมาเลเรีย  แต่ผู้ที่ปกติกลับเสียชีวิตเพราะมาเลเรียมากกว่า  ดังนั้นตามกฎการคัดเลือกตามธรรมชาติ จึงทำให้ธาลัสซีเมียระบาดมากในบ้านเรา 
2. ภาวะซีดในมารดาที่ตั้งครรภ์ เกิดจากการขาดเหล็ก นั่นก็คือมารดาที่ตั้งครรภ์จะมีการใช้เหล็กมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ครับ   ดังนั้นหญิงมีครรภ์ก็ควรจะได้รับยาธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ
3. ผู้สูงอายุ และเด็ก ก็จะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะซีดได้ง่ายครับ เนื่องจากเด็กมักได้รับสารอาหารที่มีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ  ในวัยชรามักซีดจากโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นโรคไต  ควบคู่ไปกับการได้รับสารอาหารและธาตุเหล็กไม่เพียงพอ

ภาวะซีดมีได้หลายสาเหตุครับ  ซึ่งก็จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป   แต่การขาดเหล็กเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด และเป็นภาวะที่รักษาและได้ง่ายและได้ผลดีที่สุดครับ เพียงแค่ให้ยาเสริมธาตุเหล็กเท่านั้น เช่นเดียวกันกับในหญิงตั้งครรภ์ก็ควรที่จะได้รับยาเสริมเหล็กเช่นกัน

สาเหตุของภาวะซีด
สาเหตุของภาวะซีดมีได้หลายสาเหตุมากมาย มากกว่า 100 สาเหตุด้วยซ้ำไปครับ  แต่หลักๆก็จะมีอยู่ 3 สาเหตุใหญ่ๆ
1. ซีดจากการเสียเลือด เลือดออกมากจนซีด
2. ซีดจากการสร้างเม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ หรือสร้างน้อยลง
3. ซีดจากการที่มีการทำลายเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติ

ซีดจากการเสียเลือด  หรือ ซีดจากการที่มีเลือดออกมาก อาจจะเลือดออกเพียงเล็กน้อย อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาที่นานซึ่งมักจะไม่ได้รับการตรวจมาก่อน  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเสียเลือดจากเลือดออกที่ทางเดินอาหาร เช่นโรคแผลในกระเพาะอาหาร  หรือริดสีดวงทวารเป็นต้น
ถ้ามีการใช้ยาแก้ปวดเช่น แอสไพริน (aspirin) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) เป็นระยะเวลานานๆก็อาจจะทำให้เลือดออกที่กระเพาะได้ครับ  การเสียเลือดประจำเดือนในผู้หญิงก็เป็นสาเหตุที่พบได้มากในเพศหญิงวัยเจริญพันธุ์ด้วยครับ

ซีดจากการสร้างเม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ  ยกตัวอย่างเช่น ธาลัสซีเมีย เป็นโรคพันธุกรรมที่พบได้มากในบ้านเรา  ซึ่งเม็ดเลือดแดงจะมีลักษณะที่ผิดปกติดังรูป  ซึ่งเม็ดเลือดแดงจะแตกง่าย ดังนั้นทำให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงลดลงครับ

ซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงสร้างลดลง 

การขาดเหล็กเป็นสาเหตุหลักของภาวะซีดแบบนี้ครับ  นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายไม่มีวัตถุดิบในการสร้างฮีโมโกลบินอย่างเพียงพอ นั่นคือเหล็กนั่นเอง  ไขกระดูกจำเป็นต้องมีเหล็กในการสร้างฮีโมโกลบินครับ  แต่ถ้าไม่มีเหล็กอย่างเพียงพอ ร่างกายก็จะไม่สามารถสร้างฮีโมโกลบินได้อย่างเพียงพอเช่นกัน

อาหารที่เรารับประทาน ถ้ามีเหล็กน้อย ก็จะทำให้เกิดการขาดเหล็กมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กๆ  วัยรุ่น และผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ  หรือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมเหล็กได้เช่น โรคที่มีการอักเสบในลำไส้ อย่าง Crohn’s disease หรือเคยมีการผ่าตัดลำไส้เล็กออกไปบางส่วน  กาแฟก็มีผลในการดูดซึมธาตุเหล็กด้วยครับ

ซีดจากการขาดวิตามิน B-12 และ โฟเลต  ก็เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะซีดครับ  ร่างกายต้องการวิตามิน B-12 และ โฟเลตในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งอาจเกิดจาก

ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามิน B-12 ได้อย่างเพียงพอ เช่นมีการอักเสบของลำไส้ Crohn’s disease หรือ มีพยาธิในลำไส้ หรือผ่านการผ่าตัดกระเพาะ และลำไส้ออกไปบางส่วน ติดเชื้อไวรัส HIV หรือรับประทานมังสวิรัติก็จะทำให้ขาดวิตามิน B-12 ได้

การขาดโฟเลต ก็มักจะเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีโฟเลตน้อยครับ เช่น รับประทานแต่มังสวิรัติ หรือ ผักที่ปรุงสุกนานเกินไป  การขาดโฟเลตก็เพียงแค่รับประทานโฟเลตเสริมเข้าไป  หรือการดื่มเหล้าก็ทำให้ร่างกายขาดโฟเลตและวิตามิน B-12 เช่นกัน
การตั้งครรภ์ในระยะเริ่มแรก 1-12 สัปดาห์แรก การได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอจะช่วยป้องกันโรคทางสมองบางอย่างได้ครับ 

ภาวะซีดที่มีสาเหตุมาจากโรคทางไขกระดูก
บางครั้งร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้เนื่องจากโรคจากไขกระดูกบางชนิดครับ   ภายในไขกระดูกจะมีเซลล์ตัวอ่อนซึ่งมีหน้าที่แบ่งตัวและสร้างเป็นเม็ดเลือดแดงขึ้นมา  แต่ถ้าเซลล์ตัวอ่อนน้อยเกินไปก็จะทำให้สร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง  หรือเซลล์ตัวอ่อนถูกแทนที่ด้วยเซลล์ชนิดอื่น เช่นการติดเชื้อที่ไขกระดูก หรือถูกแทนที่ด้วยเซลล์มะเร็่งที่ลุกลามไปที่ไขกระดูก

Aplastic Anemia พอดีไม่มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทย Aplastic แปลว่าไม่มีเซลล์  นั่นคือ ไขกระดูกมีเซลล์ตัวอ่อนซึ่งจะทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดอยู่น้อยมากจนสร้างไม่พอใช้นั่นเอง  ซึ่งสาเหตุมักเกิดจากการได้รับรังสี  ยาเคมีบำบัด ยา  หรือ การติดเชื้อบางชนิดครับ

ธาลัสซีเมีย เป็นโรคเลือดที่ติดต่อทางพันธุกรรมไม่สามารถสร้างฮีโมโกลบินได้อย่างสมบูรณ์  ความรุนแรงมีตั้งแต่ยังไม่ปรากฎอาการจนไปถึงซีดมากจนต้องได้รับเลือดทุกเดือน ทุกเดือน

การได้รับสารตะกั่วปริมาณมากก็จะทำให้เกิดภาวะซีดได้ครับ  มักจะเกิดขึ้นในผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับตะกั่ว  หรือเด็กๆที่ชอบนำสีที่หลุดลอกจากฝาผนังมารับประทานเล่น ก็ทำให้มีตะกั่วในร่างกายได้ครับ

ภาวะซีดที่เกิดขึ้นจากสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคไต  โรคต่อมไทรอยด์ที่สร้างฮอร์โมนไม่พอ  นั่นทำให้การสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงน้อยเกินไป หรือโรคเรื้อรังอื่นๆเช่น SLE หรือโรคพุ่มพวง  โรครูมาตอยด์

ภาวะซีดที่เกิดขึ้นจากการทำลายเม็ดเลือดแดง  เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่เกี่ยวกับการขนส่งออกซิเจน และล่องลอยในกระแสโลหิตที่มีน้ำเลือดพัดพาไป  บางครั้งก็ถูกกระทบกระแทกกับผนังหลอดเลือดบ้าง  ถูกเบียดในรูแคบๆบ้าง  ถ้าเม็ดเลือดไม่แข็งแรง ก็จะแตกง่ายครับ  ภาวะที่เม็ดเลือดแดงแตกง่ายนี่แหละครับที่เป็นสาเหตุของภาวะซีด
ซึ่งมักจะเกิดจาก  ความผิดปกติในกระบวนการสร้าง เช่นธาลัสซีเมีย  หรือเกิดจากการติดเชื้อ ยา หรือของเสียคั่งจากไตวาย และตับวาย ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เม็ดเลือดแดงมีอายุสั้นลง

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม  หรือหลอดเลือดเทียม (เม็ดเลือดแดงกระแทกกับของแข็ง)  มะเร็ง  การได้รับยาเคมีบำบัด  หรือมีความผิดปกติเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของหลอดเลือด  ภาวะม้ามโต (ม้ามมีหน้าที่ดักจับเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้วทำลายครับ  ถ้าม้ามโต การทำลายเม็ดเลือดแดงก็จะมากขึ้นด้วย)

This entry was posted in ภาวะซีด. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>