ลำไส้กลืนกัน (Intussusception) หนึ่งในสาเหตุของลำไส้อุดตันในเด็ก

ลำไส้กลืนกัน เป็นภาวะที่ลำไส้ส่วนหนึ่งเลื่อนเข้าไปในลำไส้ส่วนที่อยู่ใกล้ๆกัน  ให้นึกถึงกล้องส่องทางไกลครับ  และทำให้เกิดทางเดินอาหารอุดตันในเด็กตามมา

ลำไส้กลืนกัน

จากภาพ แสดงลำไส้ส่วนหนึ่ง ไปกลืนกับลำไส้ส่วนที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทำให้เกิดลำไส้อุดตันครับ

และเนื่องจากว่าผนังลำไส้ส่วนหนึ่งมีการกดทับผนังสำไส้อีกส่วนหนึ่ง ก็ทำให้เกิดการขาดเลือดไปเลี้ยงที่ลำไส้ส่วนนั้น แล้วทำให้เกิดลำไส้ตายเนื่องมาจากการขาดเลือดครับ

ส่วนใหญ่แล้วภาวะลำไส้กลืนกันจะพบในเด็กระหว่างอายุ 3 เดือนถึง 6ปี และจะเกิดบ่อยที่สุดในเด็กที่มีอายุระหว่าง 5-10เดือนครับ โอกาสเกิดในเด็ก 4 ใน 1000 ราย และเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

อาการและอาการแสดง

เด็กที่มีภาวะลำไส้กลืนกันจะมีอาการปวดท้องครับ ซึ่งจะเกิดขึ้นทันที และจะร้องไห้เสียงดัง  เด็กมักจะงอเข่าเข้ามาชนหน้าอกครับ เนื่องมาจากอาการปวดท้อง   อาการปวดท้องมักจะเป็นพักๆ แต่ก็เกิดขึ้นใหม่ได้อีกและรุนแรงมากขึ้น   เมื่ออาการปวดลดลง  เด็กอาจจะดูเหมือนเป็นปกติก็ได้ครับ

อาการอื่นที่พบได้บ่อย

  • ปวดท้อง ท้องอืด
  • อุจจาระเป็นมูกเลือด และจะพบอุจจาระมีลักษณะที่คล้ายแยม  ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะพบได้ 60% ของผุ้ป่วยที่เป็นโรคนี้ (ซึ่งหมายความว่าก็ไม่ได้พบทุกรายเช่นกัน)
  • อาเจียน มีสีเขียว หรือสีเหลือง (ซึ่งเป็นสีของน้ำดีที่ถูกสร้างมาจากตับครับ)
  • ซึม เชื่องช้าลง
  • หายใจหอบ
  • งอแง

เมื่อเวลาผ่านไป  เด็กอาจจะมีไข้ และมีการติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา  หัวใจบีบตัวเร็ว  ความดันต่ำ  และถึงเสียชีวิตได้

สาเหตุ

ไม่ทราบครับ โดยทั่วไปแล้วภาวะลำไส้กลืนกันมักจะเกิดในเด็กเล็กๆ นั่นเป็นเพราะว่าต่อมน้ำเหลืองในลำไส้ที่โตมากขึ้น  เพิ่มโอกาสที่จะทำให้ลำไส้กลืนกัน  และในบางรายอาจจะเกิดตามหลังการติดเชื้อทางเดินอาหารและลำไส้ หรือการแพ้อาหาร  ทำให้ลำไส้บวม ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ตามผนังลำไส้จะโตมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค จะทำให้เพิ่มโอกาสเกิดการกลืนกันของลำไส้

การวินิจฉัยและการรักษา

  แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอาการและประวัติโรคในอดีตและครอบครัว ยาที่เด็กรับประทานอยู่ และตรวจร่างกาย โดยเฉพาะการตรวจหน้าท้อง ถ้าแพทย์สามารถคลำได้ก้อนที่หน้าท้อง  ร่วมกับมีอาการปวดท้องก็จะมีโอกาสที่แพทย์จะสงสัยครับ

แพทย์อาจจะส่ง เอกซเรย์ทางหน้าท้อง เพื่อดูว่ามีสิ่งที่แสดงถึงการอุดตันในลำไส้หรือไม่  และอัลตราซาวน์เพื่อดูว่ามีก้อนที่เกิดจากลำไส้ที่กลืนกันหรือไม่ครับ

อัลตราซาวน์ลำไส้กลืนกัน

ถ้าอัลตราซาวน์ จะเห็นส่วนที่กลืนกันเป็นวงแหวนครับ ส่วนด้านในคือลำไส้ส่วนที่ถูกกลืน  และส่วนรอบนอกคือลำไส้ส่วนที่ห่อหุ้มส่วนในไว้

การสวนลำไส้ด้วยสารทึบรังสีก็จะเป็นการวินิจฉัยและการรักษาไปด้วยในตัวได้ครับ  โดยที่การสวนสารทึบรังสีทางทวารหนัก แพทย์จะสวนของเหลวที่มีแบเรียม (เป็นสารทึบรังสีชนิดหนึ่งที่เอกซเรย์ไม่สามารถทะลุผ่านได้)เข้าไปทางทวารหนัก    แบเรียมจะเข้าไปในลำไส้แล้วทำให้เห็นภาพขอบแขตของลำไส้ได้ทางเอกซเรย์ครับ  เมื่อไปถึงตำแหน่งของส่วนที่มีการกลืนกันแบเรียมก็อาจจะดันส่วนที่มีการกลืนกันออกไปให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ

การสวนลำไส้ทางทวารหนักด้วยสารทึบรังสีแบเรียม แล้วเอกซเรย์จะทำให้เห็นตำแหน่งส่วนที่กลืนกันของลำไส้ (ศรชี้) และใช้ความดัน ผลักส่วนที่กลืนกันให้คลายออก

รังสีแพทย์จะดูว่าวิธีการไหนที่เหมาะกับลูกของคุณ  การสวนลำไส้เป็นวิธีการที่ปลอดภัยถ้าเด็กให้ความร่วมมือ  แต่ก็มีความเสี่ยง มีโอกาสลำไส้ทะลุแต่น้อยมาก  และมีโอกาส 10%ที่จะเกิดซ้ำได้ใหม่ภายใน 72 ชั่วโมง
ในเด็กที่โตแล้ว  การสวนลำไส้ด้วยสารทึบรังสีแบเรียมมักจะไม่สำเร็จครับ และอาจจำเป็นต้องผ่าตัด 

การผ่าตัดแพทย์จะพยายามซ่อมแซมในส่วนที่มีการอุดตันของลำไส้ครับ  แต่ถ้ามีลำไส้ตายก็อาจจำเป็นต้องมีการตัดลำไส้บางส่วนที่ตายแล้วออก

เด็กบางคนก็จำเป็นต้องให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันการติดเชื้อครับ เด็กที่เป็นโรคลำไส้กลืนกัน ควรจะรักษาในโรงพยาบาลและการให้อาหารทางหลอดเลือดจนกว่าจะสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

ภาวะแทรกซ้อน

ถ้าไม่รักษา ก็จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายครับ และเด็กที่ได้รับการรักษาได้เร็ว ก็จะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า  โอกาสที่ลำไส้จะตาย หรือลำไส้ทะลุ หรือการติดเชื้อในกระแสเลือด และเสียชีวิตก็จะน้อยกว่ามากครับ

เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์
ลำไส้กลืนกันเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ครับ  ถ้าคุณสงสัยว่าลูกมีอาการปวดท้อง  อาเจียน หรือถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดที่มีลักษณะคล้ายแยม ให้ไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินครับ

ซึ่งถ้าเด็กได้รับการรักษาที่เร็วก็จะลดโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากครับ

This entry was posted in ลำไส้อุดตัน. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>