อาการชัก : เมื่อพบเห็นผู้ป่วยที่มีอาการเกร็งกระตุก

โดยปกติสมองจะควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายโดยการส่งสัญญาณไฟฟ้าไปตามเส้นประสาทแล้วไปยังกล้ามเนื้อตามลำดับ   อาการชักเกิดขึ้นเมื่อมีความผิดปกติเกี่ยวกับการส่งสัญญาณไฟฟ้าครับ

ลักษณะการชักจะแตกต่างไปตามแต่ละคน บางคนก็อาจมีอาการกระตุกเพียงแค่บางส่วนแต่ยังรู้สึกตัว  บางคนอาจไม่รู้สึกตัวและมีการกระตุกทั้งร่างกาย

ไม่ว่าอาการกระตุกจะรุนแรงมากหรือรุนแรงน้อย ก็ไม่จำเป็นว่าต้องชักเสมอไป  บางคนชักเพียงระยะสั้นๆ แล้วก็ไม่รู้สึกตัว  บางคนก็ยังรู้สึกตัว แต่การตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวไม่ปกติ  ภายหลังจากนั้นผู้ป่วยก็จำเหตุการณ์ไม่ได้

อาการกระตุกไม่ได้หมายความว่าต้องชักเสมอไป  มีบางกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการกระตุก แต่ไม่ใช่ชัก เช่นโรคพาร์กินสัน

ถ้าคุณมีอาการชัก โดยเฉพาะอาการชักครั้งแรกให้ไปพบแพทย์ครับ  เพื่อค้นหาสาเหตุของอาการชัก โดยเฉพาะในเด็ก

สาเหตุของอาการชัก
โรคลมชัก เป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการชักกระตุกครับ  ซึ่งเกิดขึ้นในผู้ป่วยที่มีอายุเท่าใดก็ได้

อาการชักสามารถเกิดจากสาเหตุได้ดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงขึ้นทันทีในเด็กที่มีอายุระหว่าง 6 เดือน ถึง 5 ปี
  • ระดับน้ำตาลต่ำมากจนเกินไป ในผู้ป่วยที่รับประทานยาเบาหวานอยู่
  • หลังจากที่เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน โรคหลอดเลือดในสมองแตก  ภายหลังจากการผ่าตัดสมอง  ภายหลังจากได้รั
  • อุบัติเหตุทางสมอง
  • ชักตั้งแต่แรกเกิด
  • ชักภายหลังจากการหยุดเหล้าทันที
  • การติดเชื้อในสมอง  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ  ไข้สมองอักเสบ
  • เนื้องอกในสมอง
  • การติดเชื้อพยาธิ ตัวตืดขึ้นสมอง

ชักในหญิงตั้งครรภ์  เกิดขึ้นจากโรคความดันโลหิตสูงในหญิงตั้งครรภ์  เป็นภาวะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งในมารดาและเด็กในครรภ์  เนื่องมาจากออกซิเจนที่ส่งไปยังทารกในครรภ์ผ่านรกไม่เพียงพอ  โดยทั่วไปแล้วโรคความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์มักเกิดขึ้นภายหลัง 20 สัปดาห์ครับ

สิ่งที่คุณควรทราบเมื่อเห็นผู้ที่มีอาการชัก
ไม่ว่าสาเหตุของอาการชักจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใดก็ตาม 

ระหว่างการชัก

  • ตั้งสติ
  • ป้องกันการบาดเจ็บ  โดยการนำผู้ป่วยวางราบกับพื้น
  • พยายามเคลื่อนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ออกไปจากบริเวณใกล้เคียง
  • อย่านำสิ่งอื่นใด  เช่นช้อน หรือนิ้วมือ เข้าไปในปากครับ  การนำสิ่งใดๆเข้าไปในปาก ฟันของผู้ป่วยอาจหักแล้วไปอุดหลอดลม  ถ้าคุณเอามือเข้าไป  คุณก็จะถูกกัด  ความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือสำคัญที่สุด
  • ให้หันหน้าตะแคงข้าง  กึ่งคว่ำหน้า
  • อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

ถ้าผู้ป่วยอาเจียน ให้หันตะแคงหน้าไปทางด้านข้าง

ให้สังเกตลักษณะอาการชักอย่างใกล้ชิดและจดจำ  เพื่อที่ว่าคุณจะได้นำไปให้ประวัติกับแพทย์ครับ

  • ลักษณะการกระตุก
  • ใช้เวลานานเท่าใด
  • ภายหลังอาการชักเป็นอย่างไร รู้สึกตัว หรือตื่นขึ้นทันที
  • เคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อนหรือไม่

ภายหลังการชัก

  • ให้ตรวจดูว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่
  • ให้ปลดเครื่องแต่งกายให้หลวม ปลดกระดุมเสื้อ ปลดเข็มขัด
  • ห้ามให้ดื่มหรือรับประทานสิ่งใดจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวหรือตื่นโต้ตอบได้
  • ให้อยู่กับผู้ป่วยจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตื่นดี  ส่วนใหญ่มักจะสับสนภายหลังอาการชักครับ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักไม่ควรขับรถ หรือว่ายน้ำ หรือทำงานในที่สูง หรือทำงานกับเครื่องจักร

การรักษา
ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการชักเกิดจากอะไรครับ

This entry was posted in ชัก. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>