Monthly Archives: February 2008

ซิฟิลิส : การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่าง

ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ซึ่งถ้าไม่ได้รักษา ก็จะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง  มีอยู่ 2รูปแบบครับ  ปรากฎอาการ และไม่ปรากฎอาการ ใครก็ตามที่สัมผัสกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อซิฟิลิสก็สามารถเป็นโรคนี้ได้  แม้ว่าไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์   แม้โดยการสัมผัสกับอวัยวะเพศ  ทางปาก  หรือทางทวารหนัก สาเหตุของซิฟิลิส ซิฟิลิสเกิดจากการติดเชื้อ Treponema pallidum ซึ่งเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านทางเนื้อเยื่อที่ไม่มีผิวหนังห่อหุ้ม เช่น ในช่องปาก ตา ในโพรงจมูก ทวารหนัก  และอวัยวะเพศครับ อาการของซิฟิลิส อาการของซิฟิลิสคล้ายกับโรคอื่นๆได้หลายโรคครับ  จึงยากที่จะวินิจฉัย อาการแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1. จะมีแผลที่อวัยวะเพศที่เรียกว่า แชงเกอร์ (chancre) ซึ่งเป็นแผลที่ไม่เจ็บ  เพราะว่าซิฟิลิสสามารถติดต่อได้โดยทางเพศสัมพันธ์ ทางอวัยวะเพศ ทางปากครับ ระยะที่ … Continue reading

Posted in ซิฟิลิส | Leave a comment

PCP โรคปอดอักเสบในผู้ป่วย HIV

PCP เป็นชื่อเชื้อราครับ ย่อมาจาก Pneumocystis pneumonia เป็นโรคติดเชื้อที่พบบ่อยในผู้ที่ติดเชื้อ HIV และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV เสียชีวิตได้มากที่สุด  แต่ว่าโรคนี้สามารถป้องกันและรักษาให้หายได้ครับ ภาพจากกล้องจุลทรรศน์ แสดงภาพเชื้อ PCP เชื้อราที่ติดในผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง สาเหตุของ PCP PCP เป็นโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อราครับ ที่มีชื่อว่า pneumocystis jirveci (เดิมมีชื่อว่า pneumocystis carinii) โดยปกติผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงจะสามารถควบคุมเชื้อชนิดนี้ได้ แต่ว่าในผู้ป่วยเอดส์จะมีโอกาสติดเชื้อชนิดนี้ครับ เชื้อ PCP เกือบทั้งหมดจะติดเชื้อที่ปอด ทำให้เกิดปอดอักเสบ  ในผู้ป่วย AIDS ที่มี CD4น้อยกว่า 200 ก็จะมีโอกาสติดเชื้อชนิดนี้ได้ง่ายมากขึ้น  คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อ PCP มักมีอาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว … Continue reading

Posted in ปอดอักเสบ /ปอดบวม, เอดส์ | Leave a comment

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ : เมื่อมีการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มหัวใจ

เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเป็นการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ  ซึ่งห่อหุ้มหัวใจของคุณอยู่ครับ แสดงเยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งจะห่อหุ้มหัวใจของคุณ สาเหตุของเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ สาเหตุมีทั้งที่ทราบและไม่ทราบสาเหตุครับ  มักเกิดจากการติดเชื้อแบทีเรียหรือไวรัส หรือมีการบาดเจ็บบริเวณหน้าอก  การฉายรังสีรักษาบริเวณหน้าอก  ไตวาย การติดเชื้อ HIV วัณโรค  หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันต่อต้านร่างกายของตนเอง เช่น SLE โรคพุ่มพวง  หรือยาบางชนิดครับ อาการของเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ อาการคือเจ็บแปลบบริเวณกลางหน้าอกตรงกลางหรือค่อนไปทางด้านซ้าย  ในบางคนอาจเจ็บแน่นๆครับ  และอาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อนอนราบกับพื้น  หรือหายใจลึกๆ อาการเจ็บจะใช้เวลานานครับ และไม่ดีขึ้นเมื่อหยุดพัก  ซึ่งต่างจากโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน  ซึ่งจะเจ็บเป็นระยะเวลาสั้นๆและดีขึ้นเมื่อหยุดพัก อาการอื่นๆอาจได้แก่ไข้  เหนื่อย  ไอ  ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยปกติแล้วเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมักไม่รุนแรง แต่ว่าอาการนั้นคล้ายกับโรคที่รุนแรงเช่นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย อันเนื่องมาจากหลอดเลี้ยงหัวใจตีบตันครับ  ในกรณีที่เป็นรุนแรงก็จะมีของเหลวสะสมในเยื่อหุ้มหัวใจ และหัวใจก็จะถูกบีบรัด ทำให้หัวใจไม่สามารถบีบตัวให้เลือดไปเลี้ยงตามอวัยวะต่างๆได้ และทำให้เกิดหัวใจล้มเหลวได้ครับ ถ้ามีของเหลวสะสมในชั้นเยื่อหุ้มหัวใจก็จะบีบรัดและรบกวนการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจบีบเลือดออกไปได้น้อยลง … Continue reading

Posted in หัวใจ | Leave a comment

โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะโลหิตจางมีได้หลายสาเหตุครับ  สาเหตุหนึ่งก็คือโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก เหล็กเป็นธาตุที่สำคัญครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วเลือดก็จะขนส่งออกซิเจนไปยังเซลล์ของอวัยวะต่างของร่างกายได้ไม่เพียงพอ  ร่างกายใช้เหล็กในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบในเม็ดเลือดแดง  ซึ่งถ้าร่างกายมีเหล็กไม่เพียงพอ  ร่างกายก็จะสร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อยลง น้อยลง และเม็ดเลือดแดงก็จะมีขนาดเล็กลง เล็กลงด้วยครับ  แล้วร่างกายก็จะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ สาเหตุของการขาดเหล็ก สาเหตุของการขาดเหล็กมีมากมายครับ เลือดออกมาก เช่นเลือดประจำเดือนออกมาก หรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เช่นแผลในกระเพาะอาหาร หรือริดสีดวงทวาร หรือมะเร็ง  หรือใช้ยาแก้ปวดประเภท แอสไพรินครับ ร่างกายไม่สามารถดูดซึมเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโรคบางโรคเช่นมีการอักเสบในลำไส้ ซึ่งทำให้ดูดซึมเหล็กได้น้อยลง ได้รับเหล็กจากอาหารอย่างไม่เพียงพอ อาการของโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก คุณอาจจะไม่สังเกตอาการตั้งแต่ทีแรก  นั่นเป็นเพราะว่าอาการจะค่อยๆเกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไป  แต่ถ้าคุณโลหิตจางมากคุณก็จะ… อ่อนเพลีย ดูซีด เหนื่อย ไม่มีสมาธิ ถ้าเป็นเด็ก ก็มักจะมีการเจริญเติบโตช้ากว่าคนทั่วไป  และสมาธิสั้นครับ การวินิจฉัยภาวะซีดจากการขาดเหล็ก ถ้าคุณคิดว่าคุณซีด ให้ไปพบแพทย์ครับ  … Continue reading

Posted in ภาวะซีด | Leave a comment

วัณโรค : การติดเชื้อแบคทีเรียที่โตช้าชนิดหนึ่ง

วัณโรคเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งครับ  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะติดเชื้อที่ปอด  แต่ว่าสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ด้วย   เชื้อวัณโรคมักจะติดต่อกันโดยทางเดินหายใจ โดยการหายใจ ไอ หรือจาม การรักษานั้นจะใช้เวลานานครับ โดยปกติจะใช้เวลาตั้งแต่ 6-12 เดือน วัณโรคมีอยู่ใน 2 รูปแบบครับ  “หลบซ่อน” กับ “มีอาการ” “หลบซ่อน” หมายความว่า คุณมีเชื้อวัณโรคอยู่แต่ไม่ปรากฎอาการ  และก็ไม่ติดต่อกัน  แต่อย่างไรก็ตามถ้าร่างกายอ่อนแอ เชื้อวัณโรคก็จะมีอาการขึ้นได้ครับ “มีอาการ” หมายความว่า คุณมีเชื้อวัณโรคอยู่ และก็มีอาการ และก็สามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ด้วยครับ สาเหตุของวัณโรค วัณโรคเกิดขึ้นจากเชื้อ Mycobacterium tuberculosis ซึ่งเป็นแบคทืเรียที่แบ่งตัวช้าครับ  และก็ชอบอยู่ในที่ๆมีออกซิเจนมาก เช่นในปอด อาการ ถ้าคุณมีเชื้อแบบหลบซ่อน  คุณก็จะไม่มีอาการ  แต่ว่าถ้าคุณมีร่างกายอ่อนแอ ก็จะมีอาการขึ้นได้ครับ   … Continue reading

Posted in วัณโรค | Leave a comment

ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด

โดยปกติแล้วระหว่างการตั้งครรภ์ รกจะติดแน่นที่ผนังด้านในของมดลูกจนกว่าเด็กจะเกิดออกมา   ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด…ความหมายก็ตรงตามตัว นั่นก็คือรกลอกตัวก่อนกำหนดนั่นเอง ภาพซ้ายเป็นภาพเด็กในครรภ์ปกติ ส่วนภาพขวาเป็นภาพรกลอกตัวก่อนกำหนด (สังเกตครับว่ารกมีการแยกตัวออกมาจากผนังมดลูกด้านใน) Placenta=รก Uterus= มดลูก  Attached placenta=รกที่ยังไม่ลอกตัว  Detached placenta รกที่ลอกตัวแล้ว รกเป็นส่วนที่สำคัญที่จะนำสารอาหารและออกซิเจน จากแม่สู่ลูกในครรภ์ครับ   ดังนั้นหากรกเกิดการลอกตัวก่อนก็จะเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ครับ บางครั้งก็จะเป็นอันตรายกับแม่ด้วย  ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดนำไปสู่การที่เด็กคลอดก่อนกำหนด  เด็กน้ำหนักตัวน้อย  มารดาตกเลือดมาก  และบุตรเสียชีวิต   ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดเกิดขึ้นได้ราวๆ 9 ใน 1000 ครับ  และมักเกิดขึ้นในช่วง3 เดือนหลังของการตั้งครรภ์  แต่ก็สามารถเกิดขึ้นที่เวลาใดก็ได้ระหว่างการตั้งครรภ์หลังจากอายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ สาเหตุของรกลอกตัวก่อนกำหนด สาเหตุไม่เป็นที่เข้าใจ  มารดาบางคนสามารถเป็นได้โดยที่หาสาเหตุไม่พบ  อย่างไรก็ตามคุณสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้และลดการเกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดครับ ความเสี่ยงของรกลอกตัวก่อนกำหนด ความดันโลหิตสูง … Continue reading

Posted in การตั้งครรภ์ | Leave a comment

เลือดออกทางเดินอาหาร : อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด?

สาเหตุของเลือดออกทางเดินอาหารมีได้หลายสาเหตุครับ  แบ่งเป็นเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน และเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่าง เลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน เริ่มตั้งแต่ปาก หลอดอาหาร กระเพาะ และลำไส้เล็กส่วนต้นครับ  ซึ่งมีสาเหตุได้หลายอย่างดังนี้ แผลในกระเพาะอาหาร เป็นภาพที่ได้จากการส่องกล้อง เห็นแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ หลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพอง ภาพที่เกิดจากการส่องกล้อง หลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพอง การฉีกขาดของหลอดอาหารเนื่องมาจากการอาเจียน ภาพบนแสดงตำแหน่งของการฉีกขาดที่หลอดอาหาร ภาพล่างเกิดจากการส่องกล้องเลือดออกที่หลอดอาหาร เลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่างนั้นเริ่มาจากลำไส้เล็กส่วนที่ต่อมาจากกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก  ซึ่งมีสาเหตุต่างๆอีกเช่นกัน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อในลำไส้  ริดสีดวงทวาร การอักเสบของลำไส้ การติดเชื้อในลำไส้ครับ ซึ่งอาการของเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบนคือ อาการอาเจียนเป็นเลือด ในทางกลับกันถ้ามีเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่างก็จะถ่ายเป็นเลือดครับ อาการเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน แผลในกระเพาะอาหาร  มักจะเกิดขึ้นจากแผลกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น และลึกลงไปจนถึงชั้นของหลอดเลือด  ทำให้มีเลือดออก ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระบวนการป้องกันกรดของผนังกระเพาะอาหารทำหน้าที่ได้ไม่ดี  ยาแก้ปวดเช่น … Continue reading

Posted in ตับแข็ง, ภาวะซีด, มะเร็งลำไส้ใหญ่, ริดสีดวงทวาร, โรคกระเพาะ | 2 Comments

มะเร็งในสมอง : เมื่อเซลล์ในสมองเกิดการแบ่งตัวไม่หยุด

มะเร็งในสมองเป็นเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติครับ เนื้องอกในสมองก็เป็นก้อนเนื้อเช่นกันครับ แต่ว่าไม่ใช่เนื้องอกทุกชนิดที่เป็นมะเร็ง มะเร็งจะมีการแบ่งเซลล์และมีการแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และกดเบียดเซลล์ปกติที่ทำงานอยู่ตามอวัยวะต่างๆครับ โดยทั่วไปแล้วเนื้องอกมักจะไม่ร้ายแรงเท่ามะเร็งครับ แต่เนื้องอกก็ยังก่อให้เกิดปัญหาครับถ้าเกิดขึ้นในสมอง มะเร็งที่เกิดจากเซลล์สมอง สมองประกอบด้วยเซลล์ประเภทต่างๆที่แตกต่างกัน มะเร็งในเนื้อสมองอาจจะเกิดขึ้นเมื่อมีเซลล์ประเภทใดประเภทหนึ่งมีการแบ่งตัวมากขึ้นอย่างผิดปกติ จนกลายเป็นก้อนขึ้น ผมจะยกตัวอย่างเช่นเยื่อหุ้มสมอง(menigioma) เยื่อหุ้มประสาท(schwannoma) หรือเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง(pituitary adenoma) มะเร็งของเซลล์ชนิดต่างในสมอง (astocytoma ,ependymoma ,choroid plexus papilloma) ซึ่งความรุนแรงของมะเร็งหรือเนื้องอกขึ้นกับว่าเกิดกับเซลล์อะไรในสมองครับ มะเร็งที่เกิดที่อื่นแล้วแพร่กระจายมาที่สมอง มะเร็งชนิดจะเกิดที่อื่นเช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ครับ หลังจากนั้นก็เกิดการแพร่กระจายมาที่สมอง สาเหตุของมะเร็งในสมอง ส่วนใหญ่ไม่ทราบครับ แต่พันธุกรรม สารพิษ รังสี เอดส์และการสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงครับ อาการของมะเร็งในสมอง มะเร็งในสมองบางส่วนไม่ทำให้เกิดอาการครับ และมักพบภายหลังจากที่เสียชีวิตแล้ว แต่อาการของมะเร็งในสมองก็ไม่จำเพาะเจาะจงเช่นกัน นั่นหมายความว่ามีโรคอยู่มากมายที่ทำให้เกิดอาการเดียวกัน ม … Continue reading

Posted in อื่นๆ ไม่เข้าพวก | Leave a comment

เยื่อบุตาอักเสบ : เมื่อเยื่อบุตาเกิดการติดเชื้อ (ยายไม่เกี่ยว)

เยื่อบุตาอักเสบคือ การอักเสบที่เยื่อบุตาและด้านในของเปลือกตาครับ  ซึ่งโดยปกติเยื่อบุตาจะใส ไม่มีสี เยื่อบุตาอักเสบเป็นโรคที่สามารถพบได้บ่อยครับ และติดต่อกันง่ายมาก โดยเฉพาะในเด็กที่ต้องไปโรงเรียน หรือเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็ก สาเหตุของเยื่อบุตาอักเสบ  ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสครับ  มักจะเกิดพร้อมๆกันกับที่คุณเป็นไข้หวัด  และส่วนน้อยเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาการของเยื่อบุตาอักเสบ ตาแดง คันตาหรือเคืองตา มีน้ำตาไหลมาก หรือมีขี้ตามาก ไม่ว่าจะเป็นขี้ตาสีขาว หรือสีเหลืองก็ตาม และส่วนใหญ่มักจะแห้งติดกับขนตาหลังจากที่ตื่นนอนตอนเช้า ตาแดงอาจเป็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ครับ  ส่วนใหญ่มักเริ่มจากตาข้างหนึ่งก่อน แล้วหลังจากนั้นจึงติดไปที่ตาอีกข้าง ถ้าคุณมีอาการอื่นเช่นตามัวลง หรือใส่คอนแทกเลนส์ หรือในเด็กเล็กๆ  กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษซึ่งควรไปพบแพทย์ครับ  การวินิจฉัยเยื่อบุตาอักเสบ แพทย์จะซักประวัติครับ แล้วก็จะตรวจตาดู บางครั้งแพทย์อาจใช้ไม้พันสำลีป้ายเอาขึ้ตาไปตรวจหาเชื้อแบคทีเรียด้วยครับ การรักษาเยื่อบุตาอักเสบ ถ้าอาการของคุณเกิดจากแบคทีเรีย แพทย์อาจสั่งยาหยอดตาที่เป็นยาฆ่าเชื้อ หรือยาป้ายตาครับ โดยปกติแล้วอาการมักจะหายภายใน 3-4 วัน … Continue reading

Posted in ตาแดง | 2 Comments

ทอลซิลอักเสบ : เมื่อคุณมีอาการเจ็บคอ

ทอลซิลอักเสบคืออะไร ทอลซิลอักเสบเป็นการติดเชื้อภายในต่อมทอลซิล  ต่อมทอลซิลเป็นต่อมน้ำเหลืองซึ่งอยู่ 2ข้าง ข้างหลังลิ้นครับ   และเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายซึ่งช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค ทอลซิลอักเสบมีสาเหตุจากอะไร ทอลซิลอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสครับ  ส่วนน้อยเกิดจากแบคทีเรีย Streptococcus น้อยมากที่จะเกิดจากเชื้อราและพยาธิครับ ทอลซิลอักเสบติดต่อทางเสมหะและน้ำลายของผู้ที่ติดเชื้อจากการ  ไอ หรือจาม หรือหายใจรดกัน  และจะติดเชื้อเมื่อละอองเหล่านี้สัมผัสกับผิวหนัง และก็เอามือไปสัมผัสกับปากและจมูกหรือตาอีกทีหนึ่ง อาการของทอลซิลอักเสบ อาการหลักคือเจ็บคอครับ  ต่อมทอลซิลจะบวมและแดง  และอาจมีหนอง   ร่วมกับมีไข้ด้วย ถ้าคุณมีอาการเหมือนกับเป็นหวัด และมีอาการคัดจมูก จาม และไอ มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสครับ ถ้าคุณมีอาการเจ็บคอร่วมกับมีไข้สูงทันที  แต่ไม่มีอาการไอ หรือจาม หรือคัดจมูก  ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียครับ การวินิจฉัยทอลซิลอักเสบ แพทย์จะมองไปที่คอครับ เพื่อดูว่าต่อมทอลซิลบวมหรือแดงหรือไม่  นี่เป็นอาการของทอลซิลอักเสบ ภาพทางซ้ายมือเป็นต่อมทอลซิลปกติ ซึ่งจะอยู่ข้างหลังลิ้นทั้ง 2 ข้าง  … Continue reading

Posted in ทอลซิลอักเสบ | 7 Comments