Category Archives: การตั้งครรภ์
ข้อควรพิจารณาก่อนการทำหมันหญิง
การทำหมันหญิงจะใช้วิธีตัดและผูกท่อนำไข่ ในการป้องกันการตั้งครรภ์ เป็นวิธีการคุมกำเนิดที่ถาวร แล้วในทางปฎิบัติไม่สามารถที่จะต่อใหม่ได้ มีสิ่งที่คุณควรรู้ดังต่อไปนี้ ก่อนที่จะเริ่มการทำหมัน ให้คุณตกลงกับสามีให้แน่นอนเสียก่อน ส่วนหนึ่งของหญิงที่ตกลงทำหมันนั้นต้องการกลับมามีบุตรอีกในภายหลัง การทำหมันภายหลังจากที่คลอดบุตรทันที มีข้อดีก็คือ มดลูกยังไม่หดรัดตัวดี ทำให้แพทย์ผู้ผ่าตัดสามารถที่จะทำหมันได้ง่ายมากกว่า แต่ก็มีข้อหนึ่งที่ควรจะพิจารณาก็คือบุตรที่เพิ่งเกิดมานั้น มีโอกาสที่จะเสียชีวิตภายหลังจากที่เกิดมาในระยะ 1-2 สัปดาห์แรกได้มากจากสาเหตุต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้นแนะนำว่าควรรอจนกว่าจะแน่ใจว่าบุตรที่คลอดปลอดภัยดีก่อนแล้วจึงค่อยปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะทำหมันถาวร อีกปัจจัยหนึ่งที่อาจสามารถนำมาพิจารณาในการทำหมันได้แก่ อายุของมารดา และสุขภาพของมารดาครับ ถ้ามารดามีอายุมาก การตั้งครรภ์ในครั้งต่อไปก็อาจจะมีความเสี่ยงมากขึ้น บุตรมีโอกาสเกิดโรคทางพันธุกรรมแต่กำเนิดได้มากขึ้น เช่น ดาวน์ซินโดรม และโรคบางอย่างของมารดาที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ในครั้งต่อๆไป เช่น โรคหัวใจบางชนิด โรคลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ เป็นต้น หรือถ้ามารดาเป็นโรคทางสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองและเลี้ยงดูบุตรได้ แพทย์ก็อาจพิจารณาทำหมันด้วยเช่นกัน
โรคSLE กับการตั้งครรภ์
วันนี้จะมาพูดถึงกันว่าถ้าคุณเป็นโรคเอสแอลอี (Systemic Lupus Erythematosus) หรือที่เรียกกันว่าโรคพุ่มพวง มีผลต่อการตั้งครรภ์อย่างไร โรคเอสแอลอีเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงส่วนน้อยมากที่เกิดในผู้ชาย ดังนั้นเมื่อคุณตั้งครรภ์โรคเอสแอลอีก็จะมีผลต่อการตั้งครรภ์และในส่วนของการตั้งครรภ์ก็จะมีส่วนให้โรคเอสแอลอีกำเริบได้มากขึ้นได้ ในอดีตแพทย์จะแนะนำให้ผู้หญิงที่ป่วยเป็นโรคเอสแอลอีไม่ควรมีบุตร และถ้าจำเป็นอาจต้องยุติการตั้งครรภ์ แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันอาจไม่ต้องทำเช่นนั้น เราพบว่าผู้หญิงส่วนหนึ่งก็ยังตั้งครรภ์ได้แม้ว่าจะป่วยเป็นโรคเอสแอลอีโดยที่ไม่มีปัญหาใดๆ บางส่วนที่พบว่ามีโอกาสคลอดก่อนกำหนด และส่วนหนึ่งที่แท้งบุตรไป โรคเอสแอลอีสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ ประมาณ 5%ที่พบว่าเด็กทารกที่เกิดจากมารดาที่เป็นโรคเอสแอลอี จะป่วยเป็นโรคเอสแอลอีในเวลาต่อมา หญิงที่ป่วยเป็นโรคเอสแอลอี ถ้าตั้งครรภ์ก็จะเป็นครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้นแนะนำให้พบสูติแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่มีโอกาสเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม สำหรับในระหว่างการตั้งครรภ์นั้น การตั้งครรภ์สามารถทำให้โรคเอสแอลอีกำเริบมากขึ้นได้ คุณอาจจะมีผื่นขึ้น ปวดข้อ อ่อนเพลียได้ แต่โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะแนะนำให้คุณสามารถตั้งครรภ์ได้เมื่อโรคเอสแอลอี “สงบ” ลง ในขณะที่ผลกับการตั้งครรภ์นั้นก็คือมีโอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดได้ซึ่งจะทำให้ทารกไม่แข็งแรง หรือมีโอกาสที่จะมีความผิดปกติของการนำไฟฟ้าภายในหัวใจได้ (congenital heart block ) และโรคลูปัสในทารก ( Neonatal … Continue reading
ทารกสำลักน้ำคร่ำ (MAS : Mechonium Aspiration Syndrome) เมื่อทารกขาดออกซิเจนในครรภ์
ภาวะสำลักน้ำคร่ำเป็นภาวะที่เป็นอันตรายถึงชีวิตในเด็กทารกแรกเกิด ที่มีการสูดเอาน้ำคร่ำเข้าไปในปอดเมื่อแรกเกิด สาเหตุ ภาวะสำลักน้ำคร่ำเป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกแรกเกิดเสียชีวิตได้ครับ ซึ่งจะเกิดขึ้นประมาณ 5-10% โดยเฉพาะเมื่อทารกได้รับออกซิเจนระหว่างอยู่ในครรภ์ไม่พอ หรือเมื่อเด็กในครรภ์มีอายุเกินกำหนดคลอด เมื่อทารกได้รับออกซิเจนระหว่างที่อยู่ในครรภ์ไม่พอ จะทำให้ทารกถ่ายขี้เทาออกมา ซึ่งการถ่ายขี้เทาออกมาเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อหูรูดที่ทวารหนักมีการคลายออก ร่วมกับมีการหายใจเข้าครับ และการหายใจเข้าระหว่างที่อยู่ในครรภ์ (ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำคร่ำ) จะทำให้ทารกหายใจเอาน้ำคร่ำเข้าสู่ปอด แล้วอุดกั้นทางเดินหายใจ ความเสี่ยงได้แก่ การได้รับออกซิเจนระหว่างอยู่ในครรภ์ไม่เพียงพอ มารดาเป็นโรคเบาหวาน มารดาเป็นโรคความดันโลหิตสูงระหว่างอยู่ในครรภ์ อาการ เด็กทารกเขียว เด็กทารกหายใจลำบาก หายใจเร็ว หรือหยุดหายใจ น้ำคร่ำมีสีเขียวปนเหลือง ซึ่งมาจากการที่ทารกถ่ายน้ำคร่ำออก น้ำหนักน้อย ผิวหนังลอก การตรวจและการวินิจฉัย ก่อนเกิด ทารกในครรภ์อาจจะได้รับการตรวจพบว่าหัวใจเต้นช้าลงครับ และเมื่อเด็กเกิดออกมาอาจพบว่ามีขี้เทาปนอยู่ในน้ำคร่ำ เมื่อเด็กคลอดออกมาจะฟังเสียงหายใจของเด็กทารก และถ้าได้ยินเสียงผิดปกติร่วม การเอกซเรย์ปอดก็จะช่วยในเรื่องของการวินิจฉัยครับ การรักษา แพทย์จะดูดเอาน้ำคร่ำจากหลอดลมทันทีที่เด็กเกิดออกมาครับ หลังจากนั้นแพทย์อาจใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อให้ดูดน้ำคร่ำออกมาได้ง่ายมากขึ้น การรักษาอื่นๆ … Continue reading
ความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์ ภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ ความเสี่ยงของอาการชัก
ความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์อาจเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูกครับ หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่เดิมตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ก็จะเสี่ยงมากกว่าหญิงตั้งครรภ์ที่มีความดันปกติ แต่หญิงบางคนเกิดความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์ครับ ซึ่งสมัยก่อนเราเรียกว่าครรภ์เป็นพิษครับ ความดันโลหิตสูงสามารถเป็นอันตรายต่อไต ตับ สมอง หรืออวัยวะอื่นๆ ของมารดา ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ลูกจะคลอดก่อนกำหนดได้ครับ ความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์ (Preecclampsia )คืออะไร ? ความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์ (Preecclamsia)มักจะเกิดในภายหลังจากอายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ มีความดันโลหิตสูง ร่วมกับมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ (ซึ่งมาจากการทำงานของไตที่ผิดปกติ) ความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์จะมีผลต่อรก มีผลต่อไต ตับ สมอง และทำให้ชักได้ และเป็นสามารถทำให้มารดาเสียชีวิตได้ครับ และทำให้เกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์เช่น น้ำหนักตัวน้อย คลอดกำหนด และทารกเสียชีวิตระหว่างการคลอด ไม่มีวิธีการป้องกันโรคความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์ ดังนั้นการฝากครรภ์จะช่วยให้พบโรคตั้งแต่เนิ่นๆครับ เพื่อจะได้เตรียมวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที การรักษาความดันโลหิตสูงระหว่างการตั้งครรภ์มีอยู่วิธีการเดียวคือหยุดการตั้งครรภ์ (หยุดการตั้งครรภ์ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าการทำแท้งนะครับ แต่ทำให้การตั้งครรภ์ยุติโดยเร็ว เช่น การผ่าตัดคลอด หรือ … Continue reading
เบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงระหว่างการตั้งครรภ์
ถ้าคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากเกินไปในระหว่างการตั้งครรภ์ คุณก็จะเป็นโรคเบาหวานในระหว่างการตั้งครรภ์ครับ และเมื่อคุณคลอดบุตร โรคก็มักจะหายไป ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจะส่งผลทั้งมารดาและลูกของคุณครับ ลูกของคุณอาจตัวใหญ่เกินไป และจะเสี่ยงต่อการคลอดติดไหล่ ลูกของคุณอาจมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ว่าถ้าคุณได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมแล้ว ลูกของคุณก็จะแข็งแรงครับ มารดาที่เคยเป็นโรคเบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์จะเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่2 ครับ ซึ่งคุณสามารถป้องกันได้โดยการลดน้ำหนัก รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและออกกำลังกาย สาเหตุของโรคเบาหวานในระหว่างการตั้งครรภ์ ตับอ่อนมีหน้าที่อย่างหนึ่งคือสร้างอินซูลินครับ อินซูลินจะช่วยให้ร่างกายใช้และสะสมน้ำตาล และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อคุณตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนอื่นๆที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และทำให้อินซูลินทำงานยากขึ้นครับ ซึ่งทำให้เกิด “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ในหญิงตั้งครรภ์สามารถเกิดโรคเบาหวานได้ ถ้าตับอ่อนไม่สามารถสร้างอินซูลินได้มากเพียงพอในการที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดครับ อาการ เบาหวานในระหว่างการตั้งครรภ์มักไม่ทำให้เกิดอาการครับ ดังนั้นคุณจะได้รับการตรวจในระหว่างการฝากครรภ์ ซึ่งถ้าคุณมีปัจจัยเสี่ยง คุณก็จะได้รับการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดครับ เพราะว่าระดับน้ำตาลที่สูงจะทำให้เกิดปัญหากับบุตรของคุณครับ บางครั้งถ้าคุณมีอาการ คุณจะมีอาการดังต่อไปนี้ หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย ตามัว ในหญิงตั้งครรภ์ทั่วไปก็มักจะมีอาการเหล่านี้อยู่แล้วครับ ดังนั้นถ้าคุณมีอาการ ก็ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องเป็นเบาหวานในระหว่างการตั้งครรภ์ … Continue reading
การตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก เกิดอะไรขึ้น ?
การตั้งครรภ์จะนับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย (เช่น ประจำเดือนครั้งสุดท้ายจะมาวันที่ 15,16,17 ก็ให้นับตั้งแต่วันที่ 15 ) และจะใช้เวลาทั้งหมดราวๆ 40 สัปดาห์ครับ ในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ จะเริ่มจากไข่ผสมกับอสุจิครับ ต่อมาไม่นานไข่ที่ผสมแล้วก็เริ่มเจริญเติบโตและแบ่งตัวจาก 1เป็น2 2เป็น4 4เป็น8 ไปเรื่อยๆ จนมีลักษณะคล้ายกับลูกบอล และฝังตัวภายในโพรงมดลูก และการฝังตัวจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและร่างกายของคุณครับ เมื่อไข่ถูกผสมแล้วก็จะแบ่งตัว หลังจากนั้นก็มีการจัดเรียงตัวจนมีลักษณะเป็นลูกบอลกลวงดังรูป ในช่วงระหว่าง 3-8 สัปดาห์ การเจริญเติบโตเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น และเริ่มมีการพัฒนาของอวัยวะต่างๆ ในระหว่างนี้ถ้าทารกได้รับสารเคมีบางอย่างก็จะมีผลกับการสร้างอวัยวะและทำให้มีความผิดปกติของร่างกายของทารกได้ เช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ การสูบบุหรี่ การใช้ยาบางอย่าง ครับ ที่อายุ 9 สัปดาห์นี้ทารกจะมีขนาดยาวมากกว่า 1 นิ้วเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผมจะให้ดูรูปของทารกในครรภ์ที่มีอายุ 4-8 … Continue reading
การแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติ : เมื่อมีเลือดออกระหว่างการตั้งครรภ์
การแท้งบุตรเป็นการยุติการตั้งครรภ์ในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ครับ การแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติ การทำแท้ง ในที่นี้ผมจะกล่าวถึงการแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติครับ โดยปกติแล้วการแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติมักเกิดจากการเริ่มต้นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติตั้งแต่ต้น คุณอาจจะเสียใจ หรือโทษตัวเอง แต่การแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติมักจะไม่ใช่ความผิดของใคร ที่สำคัญบางครั้งคุณก็ป้องกันไม่ได้ครับ การแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติมักเกิดกับหญิงตั้งครรภ์สุงมากครับ มากถึง 1 ใน 4 บางครั้งก็แท้งบุตรก่อนที่จะทราบว่าตั้งครรภ์เสียด้วยซ้ำ สาเหตุของการแท้งบุตรโดยธรรมชาติ ส่วนใหญ่มักเกิดจากไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว เจริญเป็นตัวอ่อนที่ผิดปกติครับ การแท้งบุตรไม่ได้เกิดจากความเครียด ไม่ได้เกิดจากการออกกำลังกาย ไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการตั้งครรภ์ การแท้งส่วนใหญ่แพทย์ก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเกิดจากอะไร ความเสี่ยงของการแท้งบุตรเองโดยธรรมชาติจะลดลงภายหลังการตั้งครรภ์ผ่านพ้นไปแล้ว 12 สัปดาห์ครับ อาการของการแท้งบุตรโดยธรรมชาติ เลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีเลือดออกทางช่องคลอดอาจมีประวัติขาดประจำเดือนมาก่อน อาจจะเลือดออกเพียงเล็กน้อย หรือเลือดออกมาก หรือเลือดออกกระปริดกระปรอยก็ได้ครับ จึงเป็นการยากที่จะบอกได้ว่าแท้งบุตร แต่ถ้าคุณปวดท้องน้อยร่วมด้วยก็จะเป็นไปได้ว่าแท้งบุตรครับ ปวดท้องน้อยร้าวไปหลังบริเวณเอว มีชิ้นเนื้อหลุดมาจากช่องคลอด การวินิจฉัยภาวะแท้งบุตร ให้พบแพทย์ครับ ถ้าคุณคิดว่าคุณแท้งบุตร … Continue reading
รกเกาะต่ำ : เมื่อรกขวางทางออกจากช่องคลอด
รกเป็นอวัยวะที่เกาะติดอยู่กับผนังโพรงมดลูกครับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและสารอาหารระหว่างมารดาและบุตร และขับถ่ายของเสียออกจาทารกในครรภ์ โดยปกติแล้วรกจะเกาะเหนือปากมดลูกครับ แต่ว่าในบางกรณีรกจะขวางช่องทางออกจากมดลูก ซึ่งอาจขวางเพียงบางส่วนหรือขวางทางทั้งหมด เมื่อรกขวางช่องทางออกทางปากมดลูกแล้ว เราจะเรียกภาวะนี้ว่ารกเกาะต่ำครับ ภาพทางซ้ายเป็นภาพปกติ รกโดยปกติจะไม่เกาะจนขวางทางออกของปากมดลูกครับ ส่วนภาพซ้ายเป็นภาพรกที่ขวางทางออกทางปากมดลูกอยู่ Normal placenta= รกปกติ, Umbilical cord=สายสะดือ Uterine wall=ผนังมดลูก Cervix=ปากมดลูก Placenta previa= รกเกาะต่ำ อาการ บางคนไม่มีอาการครับ แต่ว่าบางคนมีเลือดออกทางช่องคลอดระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจมีอาการเลือดออกเพียงเล็กน้อย หรือเลือดออกมากก็ได้ครับ สาเหตุของรกเกาะต่ำ ไม่ทราบครับ แต่จะมีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้ การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยเสี่ยงมากถึง 1 ใน4 ของมารดาที่ตั้งครรภ์ที่มีรกเกาะต่ำครับ ซึ่งทำให้รกมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีโอกาสที่รกจะแผ่ไปปิดปากมดลูกทั้งหมด เคยได้รับการรักษาโดยการขูดมดลูกมาก่อน หรือเคยแท้งบุตรมาก่อน เคยได้รับการผ่าตัดคลอดมาก่อน มารดามีอายุมากกว่า … Continue reading
ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก : เมื่อตัวอ่อนฝังตัวผิดที่
ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกคืออะไร ในการตั้งครรภ์ปกติ ไข่ที่ถูกผสมแล้วจะเดินทางมาตามท่อนำไข่เข้าสู่ภายในโพรงมดลูกครับ แล้วฝังตัว ที่นี้ไข่จะเริ่มเติบโตภายในมดลูก แต่ว่าในภาวะตั้งครรภ์นอกโพรงมดลูก ไข่จะไปฝังตัวที่อื่น ไม่ใช่ภายในโพรงมดลูก ส่วนใหญ่ฝังตัวที่ท่อนำไข่ บางส่วนก็ฝังตัวในรังไข่ ในช่องท้องก็ได้ครับ ภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูกจะไม่สามารถทำให้การตั้งครรภ์กลับมาสู่สภาวะปกติได้ ถ้าไข่ยังคงเติบโตภายในท่อนำไข่ ท่อนำไข่สามารถปริและแตกได้ และทำให้มีเลือดออกมาก และเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว สาเหตุของการตั้งครรภ์นอกมดลูก เกิดจากการที่ไข่ซึ่งผสมแล้ว ไม่สามารถเดินทางไปยังโพรงมดลูกได้ด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ทำให้ไข่ฝังตัวยังท่อนำไข่ แทนที่จะฝังตัวในโพรงมดลูกครับ ภาพแสดงการฝังตัวของตัวอ่อนในท่อนำไข่ แทนที่ปกติจะฝังตัวในโพรงมดลูก (Fallopian Tube = ท่อนำไข่ Fetus = ตัวอ่อน) ซึ่งมีความเสี่ยงได้แก่ เคยมีการอักเสบในเยื่อบุโพรงมดลูก หรือเคยมีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เคยได้รับการผ่าตัดที่บริเวณท้องน้อย เป็นต้นครับ อาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ในช่วง 2 -3 … Continue reading
ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
โดยปกติแล้วระหว่างการตั้งครรภ์ รกจะติดแน่นที่ผนังด้านในของมดลูกจนกว่าเด็กจะเกิดออกมา ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด…ความหมายก็ตรงตามตัว นั่นก็คือรกลอกตัวก่อนกำหนดนั่นเอง ภาพซ้ายเป็นภาพเด็กในครรภ์ปกติ ส่วนภาพขวาเป็นภาพรกลอกตัวก่อนกำหนด (สังเกตครับว่ารกมีการแยกตัวออกมาจากผนังมดลูกด้านใน) Placenta=รก Uterus= มดลูก Attached placenta=รกที่ยังไม่ลอกตัว Detached placenta รกที่ลอกตัวแล้ว รกเป็นส่วนที่สำคัญที่จะนำสารอาหารและออกซิเจน จากแม่สู่ลูกในครรภ์ครับ ดังนั้นหากรกเกิดการลอกตัวก่อนก็จะเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ครับ บางครั้งก็จะเป็นอันตรายกับแม่ด้วย ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดนำไปสู่การที่เด็กคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักตัวน้อย มารดาตกเลือดมาก และบุตรเสียชีวิต ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดเกิดขึ้นได้ราวๆ 9 ใน 1000 ครับ และมักเกิดขึ้นในช่วง3 เดือนหลังของการตั้งครรภ์ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นที่เวลาใดก็ได้ระหว่างการตั้งครรภ์หลังจากอายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ สาเหตุของรกลอกตัวก่อนกำหนด สาเหตุไม่เป็นที่เข้าใจ มารดาบางคนสามารถเป็นได้โดยที่หาสาเหตุไม่พบ อย่างไรก็ตามคุณสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้และลดการเกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดครับ ความเสี่ยงของรกลอกตัวก่อนกำหนด ความดันโลหิตสูง … Continue reading