Search โรคอะไรๆก็เจอ

(Search เฉพาะเวบไซด์สุขภาพและโรงพยาบาลที่มีแพทย์เป็นผู้ให้ข้อมูล )

Archive for มะเร็งลำไส้ใหญ่

Peutz-Jeghers Syndrome (PJS) เมื่อเกิดติ่งเนื้อที่ลำไส้ร่วมกับรอยคล้ำที่ริมฝีปาก

PJS เป็นความผิดปกติที่สืบทอดทางพันธุกรรมครับ แล้วทำให้เกิดติ่งเนื้อที่ลำไส้ และเสี่ยงที่จะเกิดเป็นมะเร็งลำไส้

สาเหตุ

ไม่ทราบครับว่ามีจำนวนอยู่มากเท่าไหร่ที่เป็น  แต่เคยมีการประมาณว่าเกิด 1 ใน 25,000จนถึง 300,000 ราย

มีอยู่ 2 รูปแบบครับ

เกิดจากพันธุกรรม มีการเปลี่ยนแปลงที่ยีน STK11 ซึ่งเป็นยีนเด่นแล้วถ่ายทอดทางพันธุกรรม  นั่นหมายความว่าถ้ามีพ่อหรือแม่เป็น  ลูกก็จะมีโอกาสเป็น 50:50 ครับ

เกิดขึ้นเอง  โดยที่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อหรือแม่

อาการ

  • มีร่องรอยสีคล้ำขึ้นที่ปาก เหงือก  หรือผิวหนังครับ
  • นิ้วปุ้ม
  • ปวดท้อง
  • ถ่ายเป็นเลือด โดยที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า
  • อาเจียน

  • อาจพบรอยคล้ำที่ริมฝีปาก

นิ้วปุ้ม (สังเกตที่ส่วนปลายนิ้วนะครับ)

ติ่งเนื้อที่ภายในผนังด้านในของลำไส้

การตรวจวินิจฉัย

โดยการส่องกล้องเข้าไปที่ทางเดินอาหารครับ แล้วพบติ่งเนื้อภายในลำไส้  และมักพบในลำไส้เล็ก

การตรวจอื่นๆเช่น

  • การเจาะเลือด อาจพบว่าซีด
  • การทดสอบทางพันธุกรรม
  • การตรวจเลือดในอุจจาระ
  • การตรวจหาปริมาณธาตุเหล็กในเลือด

การรักษา

การผ่าตัดเพื่อตัดติ่งเนื้อออกและการรับประทานยาเสริมธาตุเหล็กเพื่อรักษาภาวะซีดจากการเสียเลือดครับ

โดยปกติแล้วโรคนี้จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

  • ลำไส้กลืนกัน
  • มะเร็ง

การป้องกัน

ถ้าคุณเคยมีบุตรที่เคยเป็นโรคนี้การรับคำปรึกษาด้านพันธุกรรมก็อาจช่วยให้คุณวางแผนที่จะมีบุตรได้ครับ

Comments

เลือดออกทางเดินอาหาร : อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด?

สาเหตุของเลือดออกทางเดินอาหารมีได้หลายสาเหตุครับ  แบ่งเป็นเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน และเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่าง

เลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน เริ่มตั้งแต่ปาก หลอดอาหาร กระเพาะ และลำไส้เล็กส่วนต้นครับ  ซึ่งมีสาเหตุได้หลายอย่างดังนี้

  • แผลในกระเพาะอาหาร

เป็นภาพที่ได้จากการส่องกล้อง เห็นแผลในกระเพาะอาหาร

  • กระเพาะอาหารอักเสบ
  • หลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพอง

ภาพที่เกิดจากการส่องกล้อง หลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพอง

  • การฉีกขาดของหลอดอาหารเนื่องมาจากการอาเจียน

ภาพบนแสดงตำแหน่งของการฉีกขาดที่หลอดอาหาร

ภาพล่างเกิดจากการส่องกล้องเลือดออกที่หลอดอาหาร

เลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่างนั้นเริ่มาจากลำไส้เล็กส่วนที่ต่อมาจากกระเพาะอาหาร ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก  ซึ่งมีสาเหตุต่างๆอีกเช่นกัน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อในลำไส้  ริดสีดวงทวาร การอักเสบของลำไส้ การติดเชื้อในลำไส้ครับ

ซึ่งอาการของเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบนคือ อาการอาเจียนเป็นเลือด ในทางกลับกันถ้ามีเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่างก็จะถ่ายเป็นเลือดครับ

อาการเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน

แผลในกระเพาะอาหาร  มักจะเกิดขึ้นจากแผลกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น และลึกลงไปจนถึงชั้นของหลอดเลือด  ทำให้มีเลือดออก ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระบวนการป้องกันกรดของผนังกระเพาะอาหารทำหน้าที่ได้ไม่ดี  ยาแก้ปวดเช่น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน  การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ การใช้ยาสเตอรอยด์  และการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ครับ

กระเพาะอาหารอักเสบ  เป็นการอักเสบที่ผนังด้านในของกระเพาะอาหาร และทำให้มีอาการเลือดออก  อันเนื่องมาจากการป้องกันกรดจากกระเพาะอาหารทำหน้าที่ได้ไม่ดี เช่น ยาแก้ปวด แอสไพริน  การดื่มเหล้า การได้รับบาดเจ็บ

หลอดเลือดที่หลอดอาหารโป่งพอง เกิดจากตับแข็งครับ  ซึ่งมักจะเกิดกับคนที่ดื่มเหล้าเป็นระยะเวลานานๆ  ซึ่งทำให้เลือดออกได้มากโดยที่ไม่มีอาการอะไรมาก่อน

การฉีกขาดของหลอดอาหาร หรือ Mallory-Weiss tear เกิดจากการอาเจียนอย่างหนัก ทำให้เกิดความดันและหลอดอาหารฉีกออกทำให้เกิดเลือดออกได้ครับ  และอาจเกิดจากการฉีกขาดจากการไอแรงๆก็ได้ครับ

เลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่าง

ผนังลำไส้โป่งพอง (Diverticulosis) เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยครับ  ซึ่งเกิดจากผนังลำไส้เล็กโป่งพองออกไปเป็นกระเปาะ  ในบริเวณที่มีผนังลำไส้ที่อ่อนแอลง  มักเกิดกับคนที่มีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ

ภาพซ้ายแสดงลำไส้ใหญ่โป่งพอง ภาพขวาที่เกิดจากการส่องกล้อง

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่  เป็นก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งครับ มักเกิดกับคนที่มีอายุมาก  บางส่วนก็จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นมาก  และโดยทั่วไปก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดเลือดออกทางเดินอาหารได้ครับ

ภาพซ้ายแสดงติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่  ภาพขวาที่เกิดจากการส่องกล้อง

 

ริดสีดวงทวาร เป็นการโป่งพองของหลอดเลือดดำรอบๆทวารหนัก  การที่อุจจาระแข็งจะเสียดสีกับผนังลำไส้ทำให้เลือดออกได้ครับ  และมักจะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน  โดยทั่วไปมักจะมีอาการเลือดออกเป็นสีแดงสดติดกับอุจจาระและปวดครับ

ภาพนี้แสดงทั้งริดสีดวงทวารทั้งชนิดภายนอก(External hemorrhoid)และภายใน(Internal hemorrhoid)ครับ

อาการของเลือดออกทางเดินอาหาร

  • อ่อนเพลีย
  • เหนื่อยเพลีย
  • ปวดท้อง
  • ซีด
  • อาเจียนเป็นเลือด/ถ่ายดำ  ถ้าเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบน  หรือถ่ายเป็นเลือด/ถ่ายดำ ถ้าเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่าง (ถ่ายดำสามารถเป็นได้ทั้งเลือดออกทางเดินอาหารส่วนบนหรือเลือดออกทางเดินอาหารส่วนล่างก็ได้ครับ)

เมื่อไหร่ที่คุณควรไปพบแพทย์
เมื่อเห็นเลือดปนกับอุจจาระครับ  หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำสนิท หรือมีอาการอาเจียนเป็นเลือดครับ

การตรวจเพิ่มเติม
แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายครับ และอาจตรวจทางทวารหนักโดยใช้นิ้วตรวจทางทวารหนัก  และอาจตรวจอุจจาระเพื่อดูว่ามีเลือดปนหรือไม่

แพทย์อาจทำการส่องกล้องเพื่อเข้าไปดูว่ามีแผลที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นหรือไม่  เพื่อมองหาจุดที่มีเลือดออก

เป็นภาพวาดแสดงการส่องกล้องเข้าไปตรวจแผลในทางเดินอาหาร

หรือทำการส่องกล้องทางลำไส้ใหญ่ เพื่อมองหาตำแหน่งที่มีเลือดออก หรือมองหาว่ามีก้อนเนื้อ หรือติ่งเนื้อที่เป็นสาเหตุของเลือดออกทางเดินอาหารครับ

ภาพทางซ้ายเป็นภาพเครื่องมือครับ ส่วนภาพทางขวา โดยแพทย์จะใส่เครื่องมือนี้เข้าไปทางทวารหนักซึ่งจะติดกล้องแล้วส่งภาพมาที่จอโทรทัศน์ครับ ซึ่งศัลยแพทย์จะควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่และมุมมองของกล้องครับ

การเจาะเลือด เพื่อดูว่าคุณมีโลหิตจางที่รุนแรงมากเพียงใด หรือมีสาเหตุอื่นที่ทำให้มีเลือดออกหรือไม่

การรักษา

ไม่มีการรักษาที่บ้านนะครับ สำหรับอาการเลือดออกทางเดินอาหาร ให้ไปพบแพทย์ทุกครั้ง  รับประทานอาหารที่มีใยอาหารเพื่อให้อุจจาระนิ่ม

ถ้าเลือดออกมากอาจทำให้ความดันโลหิตต่ำได้ แพทย์อาจต้องให้น้ำเกลือเพื่อช่วยในเรื่องความดัน  บางกรณีถ้าจำเป็นแพทย์อาจต้องทำการผ่าตัดครับ

ให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหาร และรับประทานยาตามแพทย์สั่งครับ  และให้มาตามนัดของแพทย์ด้วยเพื่อจะได้ประเมินอาการได้ครับว่า ดีขึ้นหรือแย่ลงเพียงใด

ผลของการรักษาขึ้นกับสาเหตุและตำแหน่งที่เลือดออกครับ  ปริมาณและความรุนแรงของเลือดที่ออก รวมไปถึงอายุด้วยครับ

การป้องกัน
งดสูบบุหรี่ และงดดื่มเหล้าครับ  รับประทานอาหารที่มีใยอาหารให้มากๆก็จะช่วยป้องกันสาเหตุที่เกิดจากริดสีดวงทวาร  ลำไส้ใหญ่โป่งพอง มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วยครับ

Comments (2)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ : เมื่อคุณมีอาการถ่ายท้องผูกสลับท้องเสีย

ก่อนที่จะคุยเรื่องมะเร็งลำไส้ใหญ่นะครับ  ผมขอคุยเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่และทวารหนักสักเล็กน้อย

แสดงภาพของลำไส้ใหญ่

Appendix= ไส้ติ่ง Colon=ลำไส้ใหญ่ Rectum=ลำไส้ตรง

ลำไส้ใหญ่มีลักษณะเป็นท่อกลวงประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่มีความยาว 6ฟุต ซึ่งเป็นส่วนต่อมาจากลำไส้เล็ก  มีหน้าที่ช่วยในการขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น  ลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำกลับออกมาจากอุจจาระและทำให้เป็นก้อนแข็ง  และประมาณวันละ1-2ครั้งจะมีการขับถ่ายอุจจาระครับ

ลำไส้ตรง เป็นท่อที่มีความยาวประมาณ 8นิ้ว ต่อมาจากลำไส้ใหญ่ไปยังทวารหนัก หน้าที่หลักของลำไส้ตรงคือทำให้คุณรู้ว่ามีอุจจาระมาถึงแล้วและทำหน้าที่กักอุจจาระไว้จนถึงเวลาที่เหมาะสมครับ

มะเร็งลำไส้ใหญ่คืออะไร
มะเร็งลำไส้ใหญ่ที่อยู่ส่วนของลำไส้ใหญ่ ก็จะเรียกว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ครับ  แต่ถ้าอยู่ตรงลำไส้ตรงก็เรียกว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

ภาพจากการส่องกล้องทางทวารหนัก แสดงภาพของมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งจะเป็นก้อนภายในลำไส้

มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากการที่มีเซลล์ที่อยู่ที่ผนังด้านในของลำไส้มีการแบ่งเซลล์มากเกินกว่าปกติจนควบคุมไม่ได้  และเมื่อเซลล์มีจำนวนมากๆก็จะกลายเป็นก้อนครับ  ซึ่งก็คือมะเร็ง

สาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่

ภายในท่อของลำไส้ใหญ่อาจมีติ่งเนื้อ ขนาดเล็กอยู่ได้ครับ ซึ่งในผู้สูงอายุบางคนก็อาจพบติ่งเนื้อนี้ได้เช่นกัน 

ภาพจากการส่องกล้องทางทวารหนัก แสดงภาพของติ่งเนื้อที่อยู่ในลำไส้ใหญ่

ส่วนใหญ่ติ่งเนื้อชนิดนี้มักไม่เป็นอันตราย  แต่บางส่วนก็อาจกลายเป็นมะเร็งได้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่มักจะเริ่มต้นมาจากติ่งเนื้อนี้ครับ

ถ้ามะเร็งลำไส้ใหญ่ถูกพบตั้งแต่เริ่มแรก โอกาสที่จะรักษาได้หายขาดมีสูงมาก  แต่ถ้าก้อนเนื้อนี้เริ่มโตมากขึ้น จนแพร่กระจายไปทางเลือดและน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียงแล้ว การรักษาก็จะยิ่งยากยิ่งขึ้นครับ ขึ้นกับว่าแพร่กระจายไปมากเพียงใด

แม้ว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถถูกพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก  แต่หลายคนก็มาพบแพทย์ช้าเกินไป เนื่องจากว่าไม่กล้าหรือละเลยอาการครับ

โรคอื่นๆที่เพิ่มความเสี่ยงเช่น โรคที่มีการอักเสบของลำไส้ใหญ่เรื้อรัง ได้แก่ Crohn’s disease  มะเร็งตับอ่อน  มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ก็เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ครับ  อ้อ ความอ้วนก็เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยเช่นกัน

พันธุกรรม เช่นมีโรคพันธุกรรมอยู่ชนิดหนึ่งครับ ที่มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เป็นจำนวนมากตั้งแต่อายุน้อย  แล้วภายหลังก็กลายมาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เรียกโรคนี้ว่า FAP (familial adenomatous polyposis)

ภาพจากการส่องกล้อง  ในผู้ที่เป็นโรค FAP จะมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงมากครับ ซึ่งโรค FAP เป็นโรคทางพันธุกรรมชนิดหนึ่ง

อาหาร อาหารก็เป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน  การได้รับใยอาหาร ผัก และผลไม้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ครับ  ในหลายการศึกษาพบว่าอาหารที่มีไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันจากสัตว์ก็เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เช่นกัน  อาหารปิ้งย่าง อาหารทอด ก็เพิ่มความเสี่ยงครับ

สารเคมี เช่น คลอรีน  ซึ่งมักจะใช้เป็นสารฆ่าเชื้อในน้ำประปาอาจจะมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่  การได้รับสารแอสเบสตอสปริมาณมากๆก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน

เบาหวาน ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานเพิ่มความเสี่ยงได้ประมาณ 30% ครับ

อาการ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มแรก อาจไม่มีอาการ แต่จะมีสัญญาณเตือนดังนี้ครับ

  • ลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนไป ถ่ายท้องผูกสลับท้องเสีย  รู้สึกถ่ายอุจจาระไม่สุด หรือมีเลือดออกมาจากอุจจาระ
  • อุจจาระมีขนาดเล็กลง
  • ปวดท้อง
  • อ่อนเพลีย น้ำหนักลด

ให้ไปพบแพทย์ทันทีที่
มีลักษณะการขับถ่ายและลักษณะอุจจาระที่เปลี่ยนไป  พบเลือดปนมากับอุจจาระหรือถ่ายดำ  อย่าเดาครับว่าเป็นริดสีดวงทวาร เพราะอาการเลือดออกจากอุจจาระจะคล้ายกันมาก  ซึ่งแพทย์จะตรวจทางทวารหนักเพื่อยืนยันอีกครั้งครับ  หรืออาจใส่ท่อเพื่อดูว่ามีก้อนหรือริดสีดวงทวารหรือไม่

ถ้าคุณปวดท้องมานาน ร่วมกับมีน้ำหนักลด อ่อนเพลีย (อาการนี้อาจมาจากสาเหตุอื่นก็ได้ครับ)

คุณตรวจพบว่ามีโลหิตจาง   เพื่อหาสาเหตุ  แพทย์อาจตรวจพบว่ามีเลือดออกทางเดินอาหารก็ได้ครับ

การวินิจฉัย

แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจทางทวารหนักครับ โดยการใช้นิ้ว(สวมถุงมือ) ล้วงไปในทวารหนักเพื่อคลำดูว่ามีก้อนผิดปกติอยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนปลายหรือไม่  ในผู้ที่มีอายุมากกว่า50ปี แพทย์อาจทำการนัดส่องกล้องทางทวารหนัก ซึ่งจะมองหาว่ามีติ่งเนื้อ หรือ มีก้อนเนื้องอกในลำไส้ใหญ่หรือไม่  ถ้าพบติ่งเนื้อหรือเนื้องอกแพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจดูว่าใช่เซลล์มะเร็งหรือไม่ครับ

ภาพทางซ้ายเป็นภาพเครื่องมือครับ ส่วนภาพทางขวา โดยแพทย์จะใส่เครื่องมือนี้เข้าไปทางทวารหนักซึ่งจะติดกล้องแล้วส่งภาพมาที่จอโทรทัศน์ครับ ซึ่งศัลยแพทย์จะควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่และมุมมองของกล้องครับ

และนี่คือภาพจากการส่องกล้อง ภาพบนปกติ แต่ภาพล่างจะพบติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้แพทย์อาจสั่งการเจาะเลือดเพื่อตรวจ CEA (Carcinoembryonic antigen)ซึ่งค่านี้อาจสูงมากขึ้นเมื่อคุณเป็นมะเร็ง แต่ค่านี้จะใช้เพื่อดูประกอบเท่านั้นครับ ไม่ใช้เป็นตัวหลักในการวินิจฉัย เพราะคนปกติอาจสูงขึ้นได้บ้างครับ

การรักษา
สิ่งสำคัญไม่ได้เป็นเพียงแค่รักษาแค่ตัวโรคครับ  แต่ยังต้องให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวกับโรคได้จึงจำเป็นต้องช่วยกันดูแลทั้งแพทย์และญาติผู้ใกล้ชิดของผู้ป่วยด้วย  เพื่อให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ

โดยปกติการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ก็คือการผ่าตัดเป็นหลักครับ  แต่ก็มีวิธีการรักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัด และการฉายรังสี  ขึ้นกับระยะของมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจใช้การรักษาหลายอย่างร่วมกัน

การผ่าตัดเป็นการรักษามะเร็งที่ยังไม่ลุกลามครับ  ถ้าก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็ก ก็สามารถตัดออกได้ทันทีจาการส่องกล้องทางทวารหนัก  แต่ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก็อาจต้องผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกและตัดเอาต่อมน้ำเหลืองรอบไปตรวจเพื่อดูว่ามะเร็งได้ลุกลามไปถึงไหนแล้วครับ

โดยปกติแล้วหลังการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แพทย์มักจะต่อส่วนลำไส้ใหญ่ไปเปิดออกทางหน้าท้องครับ  และสวมถุงครอบไว้เพื่อกักเก็บอุจจาระไว้เป็นการชั่วคราว  เมื่อเวลาผ่านไป บาดแผลผ่าตัดที่ลำไส้หายดี ก็จะมีการผ่าตัดครั้งที่สองเพื่อเชื่อมต่อลำไส้ใหญ่กับทวารหนักอีกครั้ง

ภาพนี้แสดงส่วนสีเทา(ส่วนของลำไส้ที่ถูกตัดทิ้ง) และจะยกส่วนปลายด้านหนึ่งมาเปิดทางหน้าท้องเป็นการชั่วคราว

แล้วก็นำถุงมาครอบทำหน้าที่เก็บอุจจาระ

การฉายรังสี  เป็นการฉายด้วยรังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง  การฉายรักษาอาจทำหลังจากที่ผ่าตัดแล้วครับ  หรือฉายก่อนผ่าตัดเพื่อให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง

ยาเคมีบำบัด เป็นการใช้ยาเพื่อไปฆ่าเซลล์มะเร็งครับ  นอกจากนี้ยังมียาที่ใช้เพื่อเพิ่มการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกายในการกำจัดเซลล์มะเร็งอีกด้วย

มะเร็งทุกชนิดครับ มีโอกาสเกิดซ้ำได้อีก ดังนั้นจะมีการนัดกับแพทย์ภายหลัง แม้ว่าการรักษาจะเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม  เพื่อตรวจซ้ำครับว่ามะเร็งนั้นได้กลับมาใหม่หรือไม่ครับ 

 

Comments


BLOG ThaiNN : มหานครออนไลน์ของไทย : blog ของแต่ง blog ข่าว เกมส์ หาเพื่อน ฟังเพลง พูดคุย ดู ทีวี ฟัง วิทยุ video clip gallery ภาพเด็ด ฟรีโค้ด java script โฆษณาฟรี