Search โรคอะไรๆก็เจอ

(Search เฉพาะเวบไซด์สุขภาพและโรงพยาบาลที่มีแพทย์เป็นผู้ให้ข้อมูล )

Archive for โรคเข่าเสื่อม

ทางเลือกของการรักษาโรคข้อเสื่อม

โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อย  ซึ่งมีอาการปวดข้อ  ขยับแล้วปวด ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นข้อเข่า ข้อเท้า ข้อสะโพก ข้อนิ้วมือที่มีการรับน้ำหนักหรือแรงกระแทกเป็นประจำ  ทีนี้เราจะมาพูดถึงทางเลือกของการรักษาโรคข้อเสื่อมนี้กันครับ

การรักษาข้อเสื่อมส่วนใหญ่เน้นไปที่การบรรเทาอาการปวดข้อครับ  การรักษาได้แก่ การใช้ยา  การผ่าตัด  และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัด     การรักษาโดยการใช้ยาได้แก่ การใช้ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs   ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดของข้อ  แต่ก็มีผลข้างเคียง โดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวกับไต และมีโอกาสเกิดเลือดออกทางเดินอาหารได้   หรือแม้แต่พารเซตามอลก็นำมาใช้ในการรักษาเช่นกัน

ส่วนการใช้อาหารเสริมเช่นกลูโคซามีน  ส่วนใหญ่แล้วการศึกษาก็มีทั้งสนับสนุนว่าได้ผล ช่วยลดอาการปวดและช่วยลดการที่กระดูกอ่อนถูกทำลายลง การ ศึกษาบางการศึกษาก็ชี้ว่าไม่ได้ประโยชน์ สรุปก็คือยังมีความขัดแย้งกันในหลายๆการศึกษา  ดังนั้นการใช้กลูโคซามีนแค่ “อาจจะ” ลดอาการปวดลงได้ครับ

สำหรับการผ่าตัด ซึ่งจะมีการใช้ข้อเทียมเข้าไปแทนที่ข้อที่มีปัญหา   ผลของการรักษาก็จะช่วยลดอาการปวดลงได้อย่างมากเลยทีเดียว

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมครับ   ได้แก่ การควบคุมน้ำหนัก  การลดน้ำหนัก เพื่อช่วยลดน้ำหนักที่กระทำต่อข้อและลดอาการปวดลง  ผู้ป่วยโรคเข่าเสื่อมที่มีน้ำหนักเกินจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร  การออกกำลังกายกล้ามเนื้อต้นขาก็จะช่วยบรรเทาอาการปวด  ช่วยเพิ่มช่วงของการเคลื่อนไหวของข้อ ไม่ให้ข้อยึดติด  ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีการวิ่งและกระโดด ซึ่งจะทำให้ข้อได้รับความเสียหายมากขึ้น เช่น การวิ่ง หรือ เทนนิส   การออกกำลังกายที่ควรกระทำสำหรับผู้ป่วยโรคข้อ ได้แก่การเดิน  การว่ายน้ำ  หรือโยคะ  การออกกำลังกายในน้ำก็จะช่วยให้ข้อแข็งแรงมากยิงขึ้น ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้อีกด้วยครับ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นๆ โดยเฉพาะในวัฒนธรรมของคนไทย เช่น การนั่งพับเพียบ  การนั่งขัดสมาธิ จะเร่งการดำเนินของโรคข้อเข่าเสื่อม   แนะนำให้นั่งบนเก้าอี้ครับ  ไม่ควรเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ  ควรทำกิจกรรมบนชั้นใดชั้นหนึ่งให้เสร็จเรียบร้อยก่อน แล้วจึงเดินขึ้นลงบันไดไปอีกชั้นหนึ่ง   เพราะช่วงขึ้นลงบันไดทำให้เข่ารับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นครับ   และการนั่งส้วม โดยเฉพาะส้วมซึมให้เปลี่ยนเป็นส้วมนั่งหรือส้วมชักโครกแทน  ถ้าไม่มีสามารถทำเป็นเก้าอี้เจาะรูแทนได้

การทำกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อ ก็จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและทำให้ข้อไม่ยึดติด  นักกายภาพบำบัดก็จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยรู้จักการเลื่อนไหวเพื่อช่วยลดการดำเนินของโรคได้ และสอนวิธีการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคเข่าเสื่อมอย่างถูกต้องครับ

Comments

ความเสี่ยงของโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคข้อเสื่อม  เราสามารถทราบและป้องกันได้อย่างไร

โรคข้อเสื่อมมักจะเกิดบ่อยในตำแหน่งของ ข้อเข่า  ข้อสะโพก  ข้อมือ  และข้อเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่รับน้ำหนักมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับอันตรายจากการรับน้ำหนักเป็นเวลานาน  ดังนั้นเมื่อเราอายุมากขึ้นก็มักจะมีโอกาสที่จะเป็นโรคข้อเสื่อมได้มากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่ การที่เคยได้รับบาดเจ็บของข้อ แม้ว่าโรคข้อเสื่อมมักจะเป็นในผู้ที่มีอายุมาก  แต่ก็สามารถเกิดได้ในผู้ที่มีอายุน้อยได้ในกรณีที่เคยได้รับบาดเจ็บของข้อมาก่อน  ผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้มากขึ้นภายหลังอายุ 45 ปี  แต่ผู้ชายก็มีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้ในอายุน้อยกว่า   ผู้ที่สูงอายุก็จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้มากกว่าอันเนื่องมาจากการใช้งานของข้อเป็นระยะเวลายาวนาน  ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆได้แก่  ท่าของการเดิน  โรคเบาหวาน และความผิดปกติของข้อสะโพก

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ ความอ้วนครับ  ดังนั้นในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน  ข้อก็จะแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น  ดังนั้นก็จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้มากกว่า   แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมทำการลดน้ำหนัก  การรักษาน้ำหนักตัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญในกระบวนการการรักษา  

ความเสี่ยงจากความผิดปกติของข้อแต่กำเนิด ก็มักจะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บของข้อที่มากขึ้น    สุดท้ายกีฬาบางชนิด เช่นเทนนิส  การวิ่ง ที่มีการเคลื่อนไหวและมีการให้ข้อแบกรับน้ำหนักก็ทำให้มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้มากกว่ากีฬาที่มีการวิ่งและกระโดดน้อยกว่าเช่น โยคะ หรือการเดินครับ

Comments

ข้อเสื่อม : เมื่อมีการทำลายกระดูกอ่อนบริเวณข้อ

โรคข้อเสื่อมเป็นโรคที่พบบ่อย ซึ่งเกิดจากกระดูกอ่อนที่บริเวณข้อถูกทำลาย และสามารถเกิดกับข้อไหนก็ได้ครับ  แต่ว่าส่วนใหญ่มักเกิดกับข้อที่รับน้ำหนัแ เช่นข้อเข่า ข้อสะโพก และกระดูกสันหลัง  นอกจากนี้โรคข้อเสื่อม ยังสามารถเกิดได้ที่นิ้วมือ นิ้วเท้า กระดูกต้นคอได้ด้วยครับ

กระดูกอ่อนเป็นกระดูกที่หุ้มปลายของกระดูกยาวและคอยป้องกันการเสียดสีระหว่างกระดูกสองชิ้นครับ  ทำหน้าที่ป้องกันแรงกระแทกอันเนื่องมากจากแรงที่กระทำต่อข้อ   มีความยืดหยุ่นสูง

โรคข้อเสื่อมมีสาเหตุมาจากกระดูกอ่อนได้รับความเสียหายซ้ำๆ  ทำให้สูญเสียความสามารถในการรับแรงกระแทกที่มาทำต่อข้อและทำให้เกิดการบาดเจ็บที่เนื้อเยื่อข้างเคียงเช่น เส้นเอ็นยืดกระดูก  เส้นเอ็นกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้อโดยรอบ ทำให้มีอาการปวดครับ

อาการของโรคข้อเสื่อม

  • อาการของโรคข้อเสื่อมจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปมีอาการดังต่อไปนี้
  • ปวดขัดข้อ โดยเฉพาะเมื่อมีการขยับข้อ
  • ปวดหลังจากใช้งาน
  • มีกระดูกงอกทำให้บริเวณข้อมีขนาดที่ใหญ่มากขึ้น ซึ่งอาจจะปวดหรือไม่ปวดก็ได้
  • ข้อบวมและมีปริมาณน้ำในข้อมาก

สาเหตุของโรคข้อเสื่อม
มีปัจจัยหลายอย่างครับที่ทำให้เกิดอาการข้อเสื่อมขึ้นได้แก่

  • พันธุกรรม  บางคนมียีนที่ผิดปกติต่อการสร้างกระดูกอ่อนครับ  และเนื่องมาจากการที่สร้างกระดูกอ่อนไม่ได้   ทำให้เกิดข้อเสื่อมได้เร็วกว่า หรือบางคนที่กระดูกสันหลังโค้งผิดปกติก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดข้อเสื่อมที่บริเวณกระดูกสันหลังได้มากกว่า
  • ความอ้วน ความอ้วนเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคข้อเข่าเสื่อมครับ เนื่องมากจากการรับน้ำหนักที่เกินนี้เอง  การลดน้ำหนักจะช่วยลดอัตราการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้ครับ
  • การบาดเจ็บบริเวณข้อ  การบาดเจ็บบริเวณข้อก็ทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมได้  เช่นคนที่เคยได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า หรือกระดูกหักบริเวณใกล้ๆกับข้อ ก็มักจะเกิดโรคข้อเสื่อมบริเวณนั้นๆในภายหลังได้
  • การใช้งานข้อมากเกินไป  การใช้งานข้อใดข้อหนึ่งซ้ำๆก็มักเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเสื่อมที่ข้อนั้นๆได้มากขึ้น

การวินิจฉัยโรคข้อเสื่อม
แพทย์จะทำการซักประวัติ ลักษณะอาการของการปวดข้อ  ตรวจร่างกาย ดูลักษณะข้อที่ผิดรูปไปจากเดิม

แพทย์อาจใช้การตรวจรังสี X-Rays เพื่อดูว่าคุณไม่ได้ปวดข้อจากสาเหตุอย่างอื่น และดูว่าข้อมีการถูกทำลายมากเพียงใด
บางครั้งแพทย์อาจเจาะเลือดดูว่าคุณไม่ได้เป็นโรคข้ออักเสบชนิดอื่นครับ 

การรักษาโรคข้อเสื่อม
โดยทั่วไปแล้วโรคข้อเสื่อมจะรักษาโดยวิธีการกายภาพบำบัดเป็นหลัก เช่นการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อต้นขาเพื่อช่วยพยุงเข่า  การใช้วิธีการประคบร้อน  การฉีดยาเข้าไปที่บริเวณข้อ และ การใช้ยารับประทานเพียงเพื่อบรรเทาอาการปวดเท่านั้น 
คุณอาจใช้ไม้เท้าเพื่อลดน้ำหนักที่มากระทำบริเวณข้อก็ได้ครับ และให้ควบคุมน้ำหนัก    การผ่าตัดเปลี่ยนเข่าก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่แพทย์ศัลยกรรมกระดูกและข้อจะใช้รักษาครับ

วิธีการรักษาจะขึ้นกับว่าคุณมีอายุมากเพียงใด  อาชีพ และกิจวัตรประจำวัน  สุขภาพทั่วไป  ความรุนแรง  และตำแหน่งของข้อ

สำหรับยาที่จะนำมาใช้รักษาโรคเข่าเสื่อมนั้นได้แก่ ยาพาราเซตตามอล  และ ยาแก้ปวดในกลุ่ม  NSAIDs เช่น แอสไพริน  ไอบูโปรเฟน  ยานวดแก้ปวดครับ  การฉีดยาสเตอร์รอยด์เข้าข้อก็สามารถบรรเทาอาการปวดได้ แต่ว่าการฉีดยาเข้าข้อนั้นมีข้อจำกัด คือโรคเข่าเสื่อมจะรุนแรงมากขึ้นและกระดูกอ่อนจะถูกทำลายเร็วขึ้น ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานครับ แม้ว่าอาการปวดจะบรรเทาลงก็ตาม

โชคร้ายครับที่เข่าเสื่อมนั้นไม่มียาชนิดใดที่ช่วยให้กระดูกอ่อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

การออกกำลังกายสำคัญครับ ในการช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวของข้อ และช่วยสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อให้มีความแข็งแรงมากขึ้น  การออกกำลังกายเบาๆ เช่นว่ายน้ำ หรือเดินบนพื้นราบ ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีสำหรับโรคเข่าเสื่อม  พยายามหลีกเลี่ยงการเต้นแอโรบิก หรือ การวิ่งครับ เพราะข้อจะถูกกระแทกให้มีการบาดเจ็บมากขึ้น

จะใช้วิธีการผ่าตัดเมื่อใด
เมื่อการปวดไม่สามารถควบคุมได้ทั้งๆที่ได้รับยาและการออกกำลังกาย หรือเมื่ออาการปวดรบกวนชีวิตประจำวันตามปกติ แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการผ่าตัดครับ ซึ่งการผ่าตัดมีหลายวิธี

  • การผ่าตัดโดยการส่องกล้อง เพื่อไปกำจัดกระดูกอ่อนที่เสียหายออกไป
  • การผ่าตัดเปลี่ยนเข่า เป็นการผ่าตัดเพื่อใส่ข้อเทียมครับ  แต่ต้องบอกก่อนครับว่า  การเคลื่อนไหวของข้อเทียมเทียบไม่ได้กับข้อจริง ข้อเทียมนั้นจะจำกัดการเคลื่อนไหวบางช่วงไว้ ซึ่งจะทำให้เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่ครับ และสามารถทำได้ในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมเท่านั้นครับ

Comments


BLOG ThaiNN : มหานครออนไลน์ของไทย : blog ของแต่ง blog ข่าว เกมส์ หาเพื่อน ฟังเพลง พูดคุย ดู ทีวี ฟัง วิทยุ video clip gallery ภาพเด็ด ฟรีโค้ด java script โฆษณาฟรี