Search โรคอะไรๆก็เจอ

(Search เฉพาะเวบไซด์สุขภาพและโรงพยาบาลที่มีแพทย์เป็นผู้ให้ข้อมูล )

Archive for ปวดข้อ/ข้ออักเสบ

สาเหตุของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)

โรคปวดข้อรูมาตอยด์เป็นโรคเรื้อรังที่มีผลต่อข้อ  และมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน   โรครูมาตอยด์ทำให้เกิดการอักเสบของข้อ  กลไกการอักเสบเป็นกลไกของร่างกายที่ตอบสนองกับเชื้อโรค  การบาดเจ็บ  สิ่งแปลกปลอม   โรครูมาตอยด์ก็เช่นกัน   ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์จะมีอาการปวดข้อ  ข้อบวมร้อน  และโรครูมาตอยด์ยังก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่นอกเหนือจากการอักเสบของข้ออีกครับ  คือมีผลต่อระบบอื่นๆนอกเหนือจากข้อได้อีก 

มีวิธีแยกระหว่างโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์กับโรคข้ออักเสบชนิดอื่นๆ เช่น เก๊าท์    โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายครับ  พูดอีกนัยหนึ่งก็คือร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาทำร้ายเซลล์และเนื้อเยื่อของตนเอง    ภูมิคุ้มกันของร่างกายปล่อยสารเคมีออกมาในกระแสเลือดและทำรายเนื้อเยื่อของร่างกายของตนเอง  หลายๆครั้งที่ความเสียหายไม่สามารถย้อนกลับได้  โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเยื่อหุ้มข้อของตนเองครับ  เยื่อหุ้มข้อมีลักษณะเป็นแผ่นที่ปกคลุมข้อเอาไว้  เมื่อเยื่อหุ้มข้อมีการอักเสบเนื้อเยื่อรอบๆนั้นเช่น ข้อ กระดูกอ่อน เส้นเอ็น หลอดเลือดในบริเวณนั้นก็จะได้รับความเสียหาย

ข้อที่ได้รับผลกระทบจากการอักเสบจากโรครูมาตอยด์นั้นส่วนใหญ่มักจะเป็นข้อเล็กๆครับ  เช่น บริเวณข้อมือ  ข้อของมือ  ข้อเข่า  ข้อเท้า  ข้อศอก  และนำไปสู่อาการปวด  ข้อถูกทำลาย ส่งผลให้เกิดความพิการตามมา  กิจกรรมหลายๆอย่างจะทำได้อย่างยากลำบาก เช่น การซักล้าง  การทำอาหาร  การทำความสะอาด  ก็จะทำได้ยาก  บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไม่สามารถที่จะทำงานได้เหมือนกับคนทั่วไป  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆใช้เวลาประมาณ 10 ปีหลังการวินิจฉัย

ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มักจะมีอายุขัยที่สั้นกว่าคนทั่วไป  แต่โดยทั่วไปแล้วโรครูมาตอยด์มักจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต  แต่ว่าในรายที่เป็นรุนแรงก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  ด้วยเหตุว่าโรครูมาตอยด์เป็นโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน  อวัยวะที่สำคัญก็มีโอกาสได้รับผลกระทบได้ ไม่ได้เป็นที่บริเวณข้อเพียงอย่างเดียว  แต่อวัยวะอื่นก็มีโอกาสได้รับผลกระทบด้วยเช่นักน    โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่รักษาค่อนข้างยาก  ยาและการรักษาใหม่ๆได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีได้ครับ ดังนั้้นให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษา

Comments

โรคปวดข้อ 5 สาเหตุที่พบได้บ่อย

โรคปวดข้อที่พบได้บ่อย

โดยปกติแล้วภายในข้อเราจะมีกระดูกอ่อนและข้อเหลวภายในข้อที่ทำหน้าที่ลดการเสียดสีและการถูกกระแทกระหว่างกันครับ  ถ้าเราไม่มีกลไกดังกล่าว ข้อก็จะถูกทำลายจากการกระแทกและการเสียดสีทุกๆวัน   คุณอาจจะเคยมีอาการปวดข้อ  ข้อบวม การเคลื่อนไหวของข้อที่ผิดปกติไป  ซึ่งมีสาเหตุที่พบได้บ่อยดังต่อไปนี้

1. โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) อาจจะเป็นโรคปวดข้อที่พบได้บ่อยที่สุดที่กระดูกอ่อนของข้อมีการฉีกขาดอย่างช้าๆ  ข้ออาจจะบวมและปวด อาจจะมีการเคลื่อนไหวของข้อที่ลดลง มักเกิดขึ้นเมื่อคุณเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน เป็นโรคที่เกิดอย่างช้าๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป  ส่วนหนึ่งก็จะเคยมีการบาดเจ็บหรือเคยได้รับอุบัติเหตุของข้อมาก่อน  มักเกิดขึ้นที่ข้อสะโพก  ข้อเข่า  ข้อนิ้วมือ  กระดูกสันหลัง  พบว่า 90% ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ก็จะมีโรคข้อเสื่อมในความรุนแรงที่แตกต่างกันครับ

2. โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) เป็นโรคปวดข้อที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าทำลายข้อและกระดูกอ่อนเอง  โรครูมาตอยด์มักจะเป็นตามข้อเล็กๆ เช่นข้อนิ้วมือ  ข้อนิ้วเท้า และข้อศอกครับ   และสามารถมีผลต่ออวัยวะภายในได้ในบางรายที่มีอาการของโรคที่รุนแรงได้  มักพบในวัยกลางคนที่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี

3. เก๊าท์ (Gout) เป็นโรคปวดข้อที่เกิดจากกรดยูริคในเลือดสูงมากขึ้นในร่างกายและทำให้เกิดผลึกภายในข้อแล้วกระตุ้นการอักเสบทำให้มีอาการปวดข้อ  บางครั้งผลึกอาจจะคลำได้ใต้ผิวหนัง   ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้ชายวัยกลางคน  แต่ถ้าเกิดในผู้หญิงก็มักจะเกิดในผู้หญิงภายหลังจากที่หมดประจำเดือนไปแล้ว  อาการปวดข้อครั้งแรกมักจะเกิดขึ้นที่นิ้วหัวแม่เท้า  ต่อมาก็จะปวดข้อเท้า  และเข่า 

4. โรคติดเชื้อในข้อ  เกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย  หรือไวรัสติดเข้าไปในข้อ  อาจจะมาตามกระแสเลือด หรืออาจจะเคยมีแผลบริเวณรอบข้อก็ได้ครับ ทำให้มีอาการปวดข้อ  ข้อบวม และมีไข้ได้ 

5. โรคปวดข้ออื่นๆ   ในกลุ่มนี้ก็จะมีอาการคล้ายกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์    แต่ว่าจะตรวจหาสาเหตุไม่พบ  ในกลุ่มนี้บางครั้งก็เกี่ยวกกับโรคผิวหนังเช่นสะเก็ดเงิน  หรือเป็นโรคทางระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เช่นโรคพุ่มพวง  หรือเป็นโรคทางเดินอาหารเช่น โรคที่มีการอักเสบของลำไส้ที่เรียกว่า IBD (Inflammatory bowel disease)

Comments

ความเสี่ยงของโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคข้อเสื่อม  เราสามารถทราบและป้องกันได้อย่างไร

โรคข้อเสื่อมมักจะเกิดบ่อยในตำแหน่งของ ข้อเข่า  ข้อสะโพก  ข้อมือ  และข้อเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่รับน้ำหนักมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับอันตรายจากการรับน้ำหนักเป็นเวลานาน  ดังนั้นเมื่อเราอายุมากขึ้นก็มักจะมีโอกาสที่จะเป็นโรคข้อเสื่อมได้มากขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่ การที่เคยได้รับบาดเจ็บของข้อ แม้ว่าโรคข้อเสื่อมมักจะเป็นในผู้ที่มีอายุมาก  แต่ก็สามารถเกิดได้ในผู้ที่มีอายุน้อยได้ในกรณีที่เคยได้รับบาดเจ็บของข้อมาก่อน  ผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้มากขึ้นภายหลังอายุ 45 ปี  แต่ผู้ชายก็มีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้ในอายุน้อยกว่า   ผู้ที่สูงอายุก็จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้มากกว่าอันเนื่องมาจากการใช้งานของข้อเป็นระยะเวลายาวนาน  ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆได้แก่  ท่าของการเดิน  โรคเบาหวาน และความผิดปกติของข้อสะโพก

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือ ความอ้วนครับ  ดังนั้นในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน  ข้อก็จะแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น  ดังนั้นก็จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมได้มากกว่า   แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้อเสื่อมทำการลดน้ำหนัก  การรักษาน้ำหนักตัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญในกระบวนการการรักษา  

ความเสี่ยงจากความผิดปกติของข้อแต่กำเนิด ก็มักจะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บของข้อที่มากขึ้น    สุดท้ายกีฬาบางชนิด เช่นเทนนิส  การวิ่ง ที่มีการเคลื่อนไหวและมีการให้ข้อแบกรับน้ำหนักก็ทำให้มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้มากกว่ากีฬาที่มีการวิ่งและกระโดดน้อยกว่าเช่น โยคะ หรือการเดินครับ

Comments

โรคข้ออักเสบ (JRA: Juvenile rheumatoid arthritis)ในเด็ก

โรคข้ออักเสบ JRA เป็นโรคปวดข้อที่พบบ่อยในเด็กครับ  ซึ่งมีการอักเสบเรื้อรัง แล้วทำให้ปวดข้อ ข้อบวม ซึ่งนำไปสู่การถูกทำลายของข้อ

สาเหตุ

โรค JRA มักเกิดขึ้นก่อนอายุ 16 ปีครับ  แบ่งเป็นได้หลายรูปแบบ

  • ชนิดที่เป็นทั่วร่างกาย  พบได้ประมาณ 10% ซึ่งจะมีปวดข้อ  ข้อบวม  ไข้ และผื่น  ครับ 
  • ชนิดที่มีการอักเสบหลายข้อมาก  พบได้ประมาณ 40% ซึ่งจะปวดข้อหลายข้อ  สาเหตุยังไม่ทราบ  เด็กบางคนก็จะกลายเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ไป
  • ชนิดที่มีการอักเสบของข้อ 2-3 ข้อ พบได้ประมาณ 50% มักเกิดขึ้นในเด็กผู้ชายมากกว่าและตรวจพบ HLA-B27 บวก  ซึ่งเป็นชนิดของยีนที่มีความสัมพันธ์กับโรคเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันต่อเนื้อเยื่อของตนเองอีกหลายโรค

อาการ

  • อาการอักเสบข้อข้อ 
  • ขัดข้อ  ขยับลำบากโดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเช้า 
  • การเคลื่อนไหวของข้อที่จำกัด
  • ข้อบวม  ปวด  ร้อน
  • เด็กอาจจะไม่ขยับแขนข้างนั้นอีกเลย
  • ปวดหลัง

อาการอื่นๆ

  • ไข้
  • ผื่นที่มักจะเป็นๆหายๆขณะมีผื่น
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • ตาแดง
  • ตาแพ้แสง

การตรวจและการวินิจฉัย

แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย  ซึ่งจะพบว่าข้อบวม  และปวด  เด็กบางคนอาจจะมีผื่น  ตับโต   ม้ามโต  ต่อมน้ำเหลืองโต

  • การตรวจเลือด
  • การตรวจนับจำนวนเม็ดเลือด
  • การตรวจอัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง
  • การตรวจ ANA , RA , HLA-B27 เพื่อดูว่าอาการปวดข้อเป็นได้จากสาเหตุใด  เพราะยังมีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกิดอาการปวดข้อเช่นนี้ได้อีก เช่น SLE  , รูมาตอยด์

การตรวจอื่นๆ

  • เอกซเรย์ข้อ
  • เอกซเรย์ปอด
  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ

การรักษา ได้แก่

  • ยาแก้ปวดในกลุ่มของ NSAIDs เช่น ibuprofen , aspirin
  • ยาในกลุ่มสเตอรอยด์
  • ยาต้านมาเลเรีย เช่น hydroxychloroquine
  • ยาในกลุ่ม DMARDs ได้แก่ methotrexate ,etanercept , infliximab

โดยทั่วไปแล้วโอกาสที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิตมีนานๆครั้ง  โดยทั่วไปแล้วมักจะหายเองเมื่อโตขึ้น  ประมาณ 75% ของผู้ป่วยอาการมักจะหายไปเอง

ภาวะแทรกซ้อน

  • การถูกทำลายของข้อ โดยเฉพาะส่วนที่รับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า  ซึ่งทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ
  • ตาบอด
  • หลังแข็ง

Comments

ข้ออักเสบรูมาตอยด์ : สาเหตุที่ทำให้มือผิดรูป

ข้ออักเสบหมายถึงการอักเสบของข้อ  ซึ่งจะมีอาการปวด บวม แดง และร้อนภายในข้อครับ

ข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นการอักเสบเรื้อรังภายในข้อและมักเกิดขึ้นทั้ง 2 ข้าง เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ครับ และการปวดข้อทั้ง 2 ข้างอาจสามารถช่วยแยกจากโรคข้ออักเสบอื่นๆได้อีก

อาการของข้ออักเสบรูมาตอยด์

  • อาการของข้ออักเสบรูมาตอยด์ได้แก่
  • การปวดข้อ และข้อบวม
  • รู้สึกขัดบริเวณข้อ โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน

โดยทั่วไปแล้วอาการของโรคปวดข้อรูมาตอยด์จะแตกต่างไปในแต่ละคน โดยส่วนใหญ่อาการปวดข้อมักจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ  และมักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย  และเกิดขึ้นในทั้งผู้สูงอายุและวัยรุ่นก็ได้ครับ

สาเหตุของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
ไม่มีใครทราบครับ  แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากหลายๆปัจจัย เช่น พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม  โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงในระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งแทนที่จะจัดการทำลายสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย  กลับมีการทำลายที่บริเวณข้อแทน หรือถูกกระตุ้นภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัส

การวิจัยยังบอกสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้ว่าพันธุกรรมมีบทบาทหรือไม่ บางคนถ้ามีญาติเป็นก็มีความเสี่ยงสูงขึ้น

ผลจากโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้น  ระบบภูมิคุ้มกันจะเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าสู่ข้อ และเยื่อหุ้มข้อที่เรียกว่า Synovium  ระบบภูมิคุ้มกันและเม็ดเลือดขาวก็จะสร้างสารที่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างออกมา(ซึ่งตามปกติมีไว้เพื่อทำลายเชื้อโรค)  ทำลายกระดูกอ่อนภายในข้อ ทำให้มีการบวมแดง และอักเสบ และมีการสร้างของเหลวภายในข้อมากขึ้น

เมื่อกระดูกอ่อนภายในข้อถูกทำลาย ก็จะมีผลกระทบกับการเคลื่อนไหวของข้อครับ  และมีการเคลื่อนไหวและรูปร่างของข้อที่ผิดปกติ  และการเปลี่ยนแปลงนี้ย้อนกลับไม่ได้นะครับ และเสียรูปร่างไปอย่างถาวร

ในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะมีลักษณะข้อมือที่ผิดรูป

 

การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะมีเกณฑ์การวินิจฉัยอยู่ครับ

  • ปวดข้อนิ้วมือ ทั้ง 2 ข้าง แบบสมมาตรกัน (ปวดข้อนิ้วมือลักษณะที่เหมือนกันทั้ง 2 ข้าง)
  • การเคลื่อนไหวขัด โดยเฉพาะตอนเช้าหลังตื่นนอน
  • บางครั้งอาจพบตุ่มที่เกิดขึ้นตามข้อ
  • X-rays บ่งชี้ว่าเหมือนข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • ผลเลือดของข้ออักเสบรูมาตอยด์ (เรียกว่า Rheumatiod factor)เป็นบวก

คนส่วนใหญ่ แต่ไม่ทั้งหมดที่มีผลเลือดรูมาตอยด์เป็นบวกนะครับ  ผลเลือดนี้บางครั้งอาจเป็นบวกได้แม้ว่าจะไม่เป็นโรค  อย่างไรก็ตามการวินิจฉัยจะใช้อาการเป็หลักครับ  ไม่ใช่แค่ผลเลือดอย่างเดียว

ในคนที่เป็นโรครูมาตอยด์อาจมีภาวะซีดได้ครับ  ผลเจาะเลือด ESR ( erythrocyte sedimentation rate) หรือ CRP(C-reactive protein ) อาจสูงกว่าปกติได้ ซึ่ง 2 ตัวนี้จะใช้วัดว่ามีการอักเสบอยู่หรือไม่

บางคนที่เป็นโรครูมาตอยด์อาจพบผลเลือด ANA (Antinuclear antibody test) เป็นบวกได้ครับ

การรักษาโรครูมาตอยด์
มีวิธีการรักษาอยู่หลายอย่างครับ  การใช้ยา  การพักข้อและการออกกำลังกาย ซึ่งการใช้ยาจะช่วยในเรื่องของอาการปวดและพยายามป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้นครับ

ยาที่ใช้ได้แก่

  • ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน  ไอบูโปรเฟน  นาพรอกเซน
  • ยาเสตียรอยด์ เช่น เพรดนิโซโลน

มียาอยู่กลุ่มหนึ่งครับที่เรียกว่า DMARDs ย่อมากจาก Disease-modifying antirheumatic drugs  เป็นยาที่ใช้รักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยานี้จะทำงานโดยกดการทำงานของภูมิคุ้มกันภายในข้อครับ ได้แก่

  • ยารักษาโรคมาเลเรีย Primaquin
  • ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น Metrotrexate ,Imuran,Cytoxan ,Cyclosporin
  • ยาอื่นๆ เช่น Azulfidine , Arava , Enbrel , Humira และอื่นๆ

ทำไมการพักข้อและการออกกำลังกายจึงสำคัญ
เพราะระหว่างที่โรคกำเริบมากขึ้นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้บรรเทาโรคลงได้คือการพักข้อครับ  คุณอาจใช้ผ้ายืดมาพันข้อเพื่อให้ลดการเคลื่อนไหวลงก็สามารถทำได้

และเมื่อคุณมีอาการปวดข้อลดลงแล้ว ให้ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อและทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อแข็งแรง

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่
แม้ว่าจะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่การรักษาก็สามารถช่วยให้ข้อไม่ถูกทำลาย หรือถูกทำลายช้าลงได้ครับ

Comments


BLOG ThaiNN : มหานครออนไลน์ของไทย : blog ของแต่ง blog ข่าว เกมส์ หาเพื่อน ฟังเพลง พูดคุย ดู ทีวี ฟัง วิทยุ video clip gallery ภาพเด็ด ฟรีโค้ด java script โฆษณาฟรี