ไวรัสตับอักเสบชนิดซี : ไวรัสที่ทำให้คูณมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ20%ใน20ปี
ขอภัยครับที่เมื่อวานนี้หายไป เพราะอินเตอร์เนตโรงพยาบาลล่มครับ
ไวรัสตับอักเสบ C เป็นการติดเชื้อที่ตับครับ และตับจะได้รับความเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป
คุณจะได้รับไวรัสตับอักเสบจากการติดต่อทางเลือดครับ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นเมื่อใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และคนส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าตนเองมีการติดเชื้อ
เมื่อเกิดการติดเชื้อแล้ว เชื้อนี้จะอยู่กับตัวคุณไปตลอดชีวิตครับ แต่ว่าเชื้อไวรัสตับอักเสบจะทำลายตับได้ช้ามากๆ ดังนั้นคุณอาจไม่มีอาการและมีสุขภาพที่ดีต่อไปได้อีกนานครับ
คุณอาจไม่ทราบว่าคุณมีการติดเชื้อมานานมาก ด้วยเหตุเพราะว่าภายหลังจากการติดเชื้อมักจะไม่มีอาการ การวินิจฉัยคือการเจาะเลือดครับ ซึ่งคุณอาจพบโดยบังเอิญ อาจทราบตอนตรวจสุขภาพประจำปี หรือจะไปบริจาคเลือดครับ
คุณกับแพทย์ต้องคุยกันครับเรื่องแผนการรักษา มียาต้านไวรัสอยู่ แต่ไม่จำเป็นต้องรับประทานทุกคน ยาอาจไม่ได้ผลเสมอไป และมีผลข้างเคียง อีกทั้งยังราคาสูงอีกด้วยครับ
ถ้าคุณติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ให้หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้าและการใช้ยาที่มีผลกับตับครับ ซึ่งจะช่วยลดอัตราการทำลายตับลง
โรคไวรัสตับอักเสบซี คืออะไร
โรคไวรัสตับอักเสบซี เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดตับอักเสบครับ มีอยู่ 3 ชนิด A B C สำหรับไวรัสตับอักสเบB ผมได้คุยไปแล้ว มาวันนี้ผมจะคุยเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบชนิดซีครับ
โรคไวรัสตับอักเสบซีจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างครับ ขึ้นกับไวรัสทำลายตับไปมากเพียงใด เช่น ทำให้เกิดตับแข็ง มะเร็งตับ และตับวายไม่ทำงานได้ครับ
คนส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบครับว่าตนเองติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เพราะไม่มีอาการ จนกว่าจะตรวจพบว่ามีการสูญเสียการทำงานของตับไปบางส่วนแล้ว ซึ่งจะใช้เวลานานหลายปี อาจถึง 20+ปี ก่อนที่จะตรวจพบ แต่ในบางคนพอติดเชื้อก็จะมีอาการตัวเหลืองตาเหลือง และมีไข้ สักพักอาการก็ดีขึ้นก็เป็นไปได้ แต่ส่วนใหญ่เชื้อก็ยังคงอยู่กับเราอยู่ครับ
แม้ว่าโรคไวรัสตับอักเสบซีจะเป็นภาวะที่อันตราย แต่ส่วนใหญ่ถ้ามีวิธีการจัดการดุแลที่ดีพอ ก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานเช่นคนทั่วไปได้ครับ
ไวรัสตับอักเสบชนิดซีคืออะไร
ไวรัสตับอักเสบชนิดซีเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี และแพร่กระจายโดยการติดต่อทางเลือดครับ
คุณสามารถติดเชื้อไวร้สตับอักเสบชนิดซีได้ ถ้า
- ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือใช้ยาเสพติดที่เป็นยาฉีด แล้วใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- การรับเลือดก่อนปี พ.ศ.2535 ครับ เพราะก่อนปีพ.ศ.2535 นั้นยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองเรื่องไวรัสตับอักเสบซีครับ แต่ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบซีแล้ว ซึ่งถ้าตรวจพบเลือดถุงใดที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ C อยู่จะถูกคัดกรองออกครับ
- จากแม่สุ่ลูก ก็มีโอกาสครับ ที่ลูกจะติดเชื้อจากมารดาระหว่างการคลอด แต่ยังสามารถให้นมบุตรได้อยู่ครับ ( ไม่มีข้อห้ามเรื่องการให้นมบุตรนะครับ ยกเว้น การติดเชื้อ HIV )
- ทางเพศสัมพันธ์ ยังไม่เป็นที่ยืนยันแน่นอนนะครับ แต่ว่ามีโอกาสอยู่น้อยมากครับที่จะติดต่อทางเพศสัมพันธ์
แต่คุณจะไม่ติดต่อกันโดยการกอด การจูบ การจามหรือไอรดกัน การดื่มน้ำจากแก้วเดียวกัน การรับประทานอาหารร่วมกัน
อาการ
คนส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการครับในครั้งแรกที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด C แต่ถ้ามีอาการก็จะมีลักษณะดังนี้ครับ
- เหนื่อยเพลีย
- ปวดท้อง
- คัน
- ปวดเมื่อยตามตัว
- ปัสสาวะสีเข้ม
- ตาเหลืองตัวเหลือง
ขอย้ำนะครับว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด C มักจะไม่มีอาการ
การวินิจฉัยโรคไวรัสตับอักเสบซี
คนส่วนใหญ่พบโดยบังเอิญครับ เมื่อถูกเจาะเลือดก่อนบริจาคเลือด หรือการตรวจร่างกายประจำปีพบว่ามีการทำลายของตับอยู่มากแล้วเจาะเลือดตรวจหาเชื้อไวรัสครับ
ถ้าแพทย์สงสัยว่าคุณจะมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด C แล้ว ก็จะทำการเจาะเลือดครับ ถ้าพบ คุณอาจต้องนัดมาตรวจเป็นระยะตามแพทย์สั่งครับ เพื่อดูว่าการทำลายของตับมีมากขึ้นเร็วเพียงใด หรือมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งตับมากเพียงใด
การรักษา
ให้คุยกับแพทย์ครับ เกี่ยวกับยาต้านไวรัสตับอักเสบ มียา interferon และ ribavirin ครับ แต่ว่ายาตัวนี้อาจใช้ไม่ได้ผลกับทุกคน ขึ้นกับว่าตับถูกทำลายไปมากหรือน้อยเพียงใด ปริมาณเชื้อไวรัสที่คุณมีและสายพันธุ์ของเชื้อไวรัสตับอักเสบC ครับ (เหมือนสุนัขครับ มี ดัชชุน พุดเดิ้ล อัลเซเชี่ยน)
งดดื่มเหล้าอย่างเด็ดขาดครับ สิ่งนี้สำคัญมากๆ คุณจะรู้สึกดึขึ้นถ้าคุณออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และสิ่งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายเร็วขึ้นครับ
บทความอื่นๆแบบสุ่ม




