โรคหัวใจ TOF (Tetralogy of Fallot)เมื่อลูกของคุณมีอาการเขียว
เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดที่พบในเด็กครับ ที่ทำให้เด็กเขียวด้วยเหตุที่ว่ามีออกซิเจนในเลือดต่ำ และทำให้มือเขียวปากเขียว

เด็กที่เป็นโรคหัวใจ TOF จะแสดงอาการปลายมือปลายเท้าและปากเขียว เมื่อร้องไห้ครับ
โรคหัวใจ TOF จะมีลักษณะดังนี้ครับ
- มีรอยรั่วระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและห้องล่างขวา
- มีหลอดเลือดที่นำเลือดจากหัวใจห้องล่างขวาตีบแคบ (ซึ่งทำให้เลือดไปฟอกที่ปอดน้อยลง)
- มีหลอดเลือดแดงใหญ่คร่อมระหว่างกลางระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายกับหัวใจห้องล่างขวา (ปกติหลอดเลือดแดงจะมาจากหัวใจห้องล่างซ้ายเพียงอย่างเดียว)
- หัวใจห้องล่างขวาโตมากขึ้น
![]()
![]()
หัวใจปกติ (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ โรคหัวใจ TOF(ขวา) จะพบความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ 4 อย่าง
A .หลอดเลือดที่ส่งไปฟอกเลือดที่ปอดตีบ
B. หลอดเลือดแดงใหญ่ที่นำเลือดมาจากห้องหัวใจทั้งสองห้องส่งไปเลี้ยงร่างกาย
C. รอยรั่วระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและหัวใจห้องล่างขวา
D. หัวใจห้องล่างขวาหนาตัวมากขึ้น
แรกเกิดเด็กอาจจะไม่มีอาการเขียวให้เห็น แต่ว่าภายหลัง หลังจากที่โตมากขึ้นอาจมีอาการเขียวใจขณะที่ดูดนม หรือขณะกำลังร้องไห้ครับ
โดยทั่วไปแล้วจะมีโอกาสเกิดประมาณ 5 ใน 10,000 ของเด็กแรกเกิด
สาเหตุ
ไม่ทราบครับ แต่ว่ามีโรคบางโรคที่เสี่ยง เช่น มารดาติดเชื้อหัดเยอรมัน มารดาดื่มเหล้าขณะตั้งครรภ์ หรือมารดาที่มีอายุมากกว่า 40 ปี
โรคบางโรคที่เกี่ยวกับพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม หรือ Di george’s syndrome ก็อาจมีโรคได้ครับ
อาการ
- ดูดนมไม่ดี
- เลี้ยงไม่โต
- เขียว โดยเฉพาะขณะร้องไห้ หรือดูดนม
- เสียชีวิตทันที
- ปลายมืปลายเท้าเขียว
- ถ้าเขียวแล้วเด็กอาจนั่งยองๆ (ซึ่งพอเด็กทำท่านี้จะเหนื่อยน้อยลง)
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะฟังการบีบตัวของหัวใจครับ และเกือบทั้งหมดจะได้ยินเสียงผิดปกติ
ถ้าแพทย์สงสัยแพทย์จะทำการตรวจ
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ อาจพบลักษณะหัวใจโต
- เจาะเลือด จะมีเม็ดเลือดแดงสูงขึ้น
- เอกซเรย์ปอด จะพบหัวใจเป็นรูปรองเท้าบู๊ต

เอกซเรย์จะพบหัวใจรูปร่างเป็นรองเท้าบู๊ต
- การสวนหัวใจ
- การตรวจอัลตราซาวน์หัวใจ เพื่อหาความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจ
การรักษา
การผ่าตัดจะช่วยซ่อมส่วนที่ผิดปกติครับ บางครั้งอาจต้องผ่าตัดมากกว่า 1 ครั้ง การผ่าตัดในครั้งแรกจะช่วยเพิ่มเลือดไปฟอกที่ปอดได้มากขึ้น และการผ่าตัดในครั้งต่อๆมากจะช่วยซ่อมส่วนที่ยังพร่องอยู่ เช่นปิดรอยรั่วระหว่างหัวใจห้องล่างซ้ายและห้องล่างขวา หรือ ขยายหลอดเลือดที่จะถูกสูบฉีดไปยังปอด
การดูแลเด็ก
- ถ้าเด็กเขียว ให้จับเด็กนั่งกอดเข่าครับ พยายามทำให้เด็กสงบลง หลังจากนั้นให้พาไปพบแพทย์เมื่อเด็กมีอาการดีขึ้น
- ให้เด็กดุดนมช้าๆ
- ให้เด็กรับประทานอาหารในแต่ละมื้อน้อยๆ แต่บ่อยๆ
- พยายามให้เด็กร้องไห้ให้น้อยที่สุด
- สอนให้ผู้อื่นรู้จักวิธีการดูแลเด็กครับ เพราะไม่เช่นนั้น พ่อหรือแม่อาจเหนื่อยเกินไป
ส่วนใหญ่เด็กที่เป็นโรคนี้ต้องการการผ่าตัดครับ แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษามักจะเสียชีวิตก่อนอายุ 20 ปี และให้ไปตามนัดพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอครับ เพื่อตรวจว่ามีหัวใจบีบตัวผิดจังหวะร่วมด้วยหรือไม่
ภาวะแทรกซ้อน
- โตช้า
- ชัก (เนื่องจากสมองได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ)
การป้องกัน
ยังไม่มีวิธีการป้องกันครับ
บทความอื่นๆแบบสุ่ม




